คำพูดนี้ถูกปัดตกอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าเป็นคนอื่น พวกเขาคงไม่กล้ามาด้วยตัวเองหรอก คงจะหาคนมาลงมือแทน
เหล่าผู้คนต่างก็พูดกันต่าง ๆ นานา ต่างก็คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นเรื่องจริง บ้างก็ว่าเป็นเรื่องโกหก บ้างก็ว่าเป็นเรื่องโกหกที่แท้จริง ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครกันแน่ที่พยายามฆ่าหลิวอู๋เสีย
ทุกคนในที่นี้มีความผิดด้วยกันทั้งสิ้น ไม่สามารถปฏิเสธได้
เมื่อถึงเวลาเที่ยง ฟ่านเหย่ผิงก็พาเซวียผิ่นจือและเฉินเล่อเหยามาที่ลานฝึกยุทธ์ กลิ่นคาวเลือดยังอบอวลอยู่
กระโจมถูกเก็บไปแล้ว ร่างของเฝิงปิ่งฉวนถูกยกออกมาวางราบบนพื้น
นอกจากบาดแผลที่ลำคอแล้ว ยังมีลูกธนูอีกดอกที่ยิงเข้าที่ท้ายทอย ทะลุคอหอยไปอย่างจัง
“ใครฆ่าเขา?” ฟ่านเหย่ผิงตะโกนถาม
การสอบของสำนักศึกษาจักรวรรดิ ไม่เคยมีเรื่องฆ่ากันตายมาก่อน
เงียบกริบ ไม่มีคนตอบ ไม่มีใครรู้ว่าจะตอบอย่างไร คนตายไปแล้ว และที่สำคัญคือ ยังมีคนมาลอบฆ่าเขาอีก
เซวียผิ่นจือยืนอยู่ไกล ๆ เมื่อได้ยินว่ามีคนตาย มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย ดูเหมือนจะรู้สึกดีใจ เขายังไม่รู้ข่าวการตายของเฝิงปิ่งฉวน คิดว่าศพที่นอนอยู่คือหลิวอู๋เสีย