เมื่อมาถึงนอกหุบเขา เพิ่งจะถึงเนินดินหลังเขา ก็เห็นเกาเสี่ยวตงมองเห็นเขาแต่ไกล กำลังร้องตะโกนเรียกหา
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ?” เมื่อมาถึงใกล้ๆ หลี่ลี่ ถามอย่างไม่แสดงพิรุธ “หรือว่า เหอวั่น คิดแผนชั่วอันใดขึ้นมาอีก?”
เกาเสี่ยวตงดึงเขาให้เดินไปด้วย “ศิษย์ใหม่กลุ่มที่หนึ่ง ถูกคนท้าสู้ขอรับ พวกเขาเป็นศิษย์พี่ปีที่แล้ว บอกว่าให้จ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้า คนละหนึ่งหินวิญญาณ พวกเราก็บอกว่ารอพี่ใหญ่หลี่ลี่มาตัดสินใจ ผลสุดท้ายที่เชิงเขาหลัง พวกเขาขวางทางพวกเรา ศิษย์ใหม่กลุ่มที่หนึ่ง จำนวนสิบห้าคน ถูกจับไปหมดเลย บอกให้พวกเราเอาหินวิญญาณไปไถ่ตัวขอรับ”
หลี่ลี่โกรธทันทีที่ได้ยิน “ไป! กล้าหาเรื่องพี่น้องกลุ่มที่หนึ่ง ของข้า พวกมันเบื่อชีวิตแล้วรึไง!”
มือข้างหนึ่งคว้าอุ้มเกาเสี่ยวตง ไว้ ฝีเท้าก้าวรวดเร็วดั่งติดปีก เกาเสี่ยวตงนับเป็นบุรุษร่างอ้วนคนหนึ่ง ทว่าหลี่ลี่ฝอุ้มเขาไว้ราวกับก้อนสำลี
เกาเสี่ยวตงเห็นภาพรอบข้างผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกตกตะลึง
ไม่นานก็มาถึงเชิงเขาด้านหลัง มองเห็นศิษย์ใหม่กลุ่มที่หนึ่ง สิบห้าคน ถูกทำร้ายจนล้มลงกับพื้น ทุกคนล้วนมีแผลฟกช้ำ บวมปูด หนึ่งในนั้นมีเฉินหลงอยู่ด้วย
เฉินหลงผู้นี้ ปกติแล้วเป็นคุณชายเอาแต่ใจ มีท่าทีของบุรุษรูปงาม แต่ตอนนี้กลับดูน่าสงสารเช่นนี้ ทำให้หลี่ลี่โกรธจนกัดฟันกรอด
เขามองเห็นเด็กหนุ่มเจ็ดคนยืนเฝ้าอยู่ รีบพุ่งตัวไปข้างหน้าแล้วเอ่ยถาม “พวกเจ้าเป็นคนหาเรื่