ไม่มีใครเข้าใจคำพูดของหลิวอู๋เสีย ยกเว้นเซวียผิ่นจือ ดวงตาของเขาหดตัวลง และร่างกายของเขาสั่นเล็กน้อย
เขารู้ได้อย่างไรว่าคำสั่งนี้มาจากท่านเจ้าตระกูล และเซวียอวี้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
เดี๋ยวก่อน! เซวียผิ่นจือเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก จำได้ว่าหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ เซวียอวี้กลับมาหาเขาแล้วชวนเขาดื่มสุราด้วยกัน พูดถึงเรื่องบางเรื่องในเมืองชางหลัน โดนศิษย์ของตระกูลเล็ก ๆ รังแก ไม่ได้พูดถึงว่าใครเป็นคนทำ
“ไอ้หนูนี่มีเรื่องบาดหมางกับตระกูลเซวียรึเปล่า?”
คนที่ผ่านการตรวจสอบด่านแรกล้วนเป็นอัจฉริยะที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะในแง่พรสวรรค์หรือสติปัญญาล้วนไม่ธรรมดา จากการพูดของหลิวอู๋เสีย จึงวิเคราะห์ได้บางอย่าง
“เว้นแต่ว่าเขาอยากจะตาย การเป็นศัตรูกับตระกูลเซวีย เท่ากับว่าถึงคราวตาย”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นทั่วบริเวณ พวกมันอยากจะขับไล่หลิวอู๋เสียออกไปโดยเร็วที่สุด รู้สึกไม่สบายใจที่ถูกศิษย์กำเนิดฟ้าขั้นห้าแซงหน้า
เผชิญกับคำถามของหลิวอู๋เสีย เซวียผิ่นจือสูดหายใจเข้าลึก ๆ ใบหน้าของเขาดูน่ากลัวยิ่งขึ้น ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำใครก็ได้ เขากล้าขัดคำสั่งของเจ้าตระกูลไม่ได้
“เจ้านี่เองที่รังแกเซวียอวี้ที่เมืองชางหลัน!”
น้ำเสียงของเซวียผิ่นจือเย็นยะเยือก พลังชำระวิญญาณที่น่ากลัวแผ่ซ่านออกมา บดขยี้หลิวอู๋เสีย เหล่าศิษย์ที่ผ่านการสอบคัดเลือกต่างพากันถอยห่างออกไป และไม่กล้าเข้าใกล้
ตระก