า น้ำเสียงดูเยาะเย้ย
“ถึงจะตายพวกเราก็อยากตายอย่างเข้าใจ!” ชายวัยกลางคนรู้ดีว่าด้วยฝีมือของพวกเขาทั้งห้าคน ไม่สามารถขวางหลิวอู๋เสียไว้ได้
เขาแค่อยากรู้ก่อนที่จะตายว่าพวกเขาผิดพลาดตรงไหน
“ช่องโหว่แรกคือผ้าขนหนูที่เสี่ยวเอ้อร์คล้องคอ น้ำมันบนผ้าขนหนูเพิ่งถูกทาไปไม่นาน ตั้งใจทำให้ดูสกปรก แต่ที่แบบนี้ ผ้าเช็ดโต๊ะทั่วไปมักจะมีสีน้ำตาลปนเทา”
หลิวอู๋เสียสังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ได้อย่างชัดเจน
เสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาดู แล้วยิ้มขมขื่น
หลิวอู๋เสียพูดถูก ผ้าขนหนูผืนนี้ใหม่เอี่ยม เพิ่งทาน้ำมันลงไปเล็กน้อย มองดูแล้วสกปรก แต่กับผ้าเช็ดโต๊ะที่ใช้งานจริงมาหลายปีแล้ว ย่อมมีกลิ่นที่ต่างกันออกไป
“ช่องโหว่ที่สองคือสามชาวนาพวกนี้ คุยกันเรื่องการปลูกพืชไร่ แต่พวกเจ้าไม่ดูเวลาหรือไง ตอนนี้เป็นฤดูหนาวแล้ว ชาวนาควรพักผ่อนอยู่เรือนแล้วไม่ใช่หรือ? ช่องโหว่ใหญ่ขนาดนี้ พวกเจ้าไม่คิดว่ามันแปลกหรือไง?”
เมื่อพูดจบ สองชาวนาที่เหลือก็เหงื่อตก พวกเขาไม่ได้คิดถึงรายละเอียดพวกนี้เลย ฤดูหนาวไม่ได้ปลูกพืชไร่กันหรือไง?
มีเพียงคำอธิบายเดียวเท่านั้น คือพวกเขาไม่ใช่ชาวนาจริง ๆ และไม่รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูเพาะปลูก ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูเก็บเกี่ยว
แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่พอพูดออกมาจากปากหลิวอู๋เสีย ก็กลายเป็นความผิดพลาดมากมาย
“ยังมีเจ้าอีก คิดว่าแค่สวมเสื้อคลุมสีขาว ท่าทาง