หลบไปฝึกฝนในสถานที่เงียบสงบแห่งหนึ่งในหุบเขาอาวุธร้าง เพื่อป้องกันการทำร้ายจากเหอวั่นเขาก็เลยมาฝึกฝนที่หุบเขาอาวุธร้างแห่งนี้
พลังปราณที่นี่ปะปนกัน คนทั่วไปไม่สามารถเข้ามาได้ เปรียบเสมือนกับมีขบวนทัพคุ้มกัน เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การฝึกฝนที่สุด
หลี่ลี่รู้สึกถึงอันตราย จึงไม่สนใจอะไรอีก ฝึกฝนอย่างเอาเป็นเอาตาย
พลังปราณในศิลาเทวาลัย ในขณะนี้หลั่งไหลเข้าสู่ทะเลปราณของเขาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ดำเนินไปตามเคล็ดวิชาปราณยุทธ์ชิงหง ชั้นที่สอง
ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ด้วยการดำเนินเคล็ดวิชาปราณยุทธ์ชิงหง ชั้นที่สอง อย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปสามชั่วยามกว่า หลี่ลี่ รู้สึกว่าเลือดทั้งร่างกายของเขากำลังเดือดพล่าน
ราวกับน้ำเดือด พวยพุ่งควันร้อนออกมาไม่หยุด
ความเจ็บปวดจากความร้อนแรง ผ่านไปครู่หนึ่ง รู้สึกว่าสิ่งสกปรกนับไม่ถ้วนในเลือด ไหลซึมออกมาทางผิวหนังทั่วร่างกาย กลายเป็นของเสียสีดำจำนวนมาก
เขารู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นเหม็นสาบอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นก็รู้สึกว่าเลือดค่อย ๆ หยุดความบ้าคลั่ง กลับสู่สภาวะปกติ
ในขณะนี้ เขารู้สึกว่าพลังของเขาเพิ่มมากขึ้น การได้ยิน การมองเห็นก็แข็งแกร่งขึ้น ระยะที่สามารถตรวจจับได้ไกลออกไปอีกหลายจั้ง
“ดี ทะลุผ่านการแปรผันโลหิตได้แล้ว ต่อไปก็การแปรผันเส้นชีพจร…ระดับที่สาม” หลี่ลี่ดีใจเป็นอย่างยิ่ง
เขาลุกขึ้นยืน พบว่าร่างกายของเขานั้นเหม็นเกินไป จึงพบลำธารสายเล็ก ๆ ในหุบเขาอ