องเซียวหมิงอี้ขึ้นจากพื้น ไม่ให้เขายังคงคุกเข่าอยู่ หลิวอู๋เสียได้เดินจากไปไกลแล้ว
เรื่องราวที่น่าขบขันจบลงด้วยวิธีนี้ ทุกคนในใจรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
สายตาที่มองมายังหลิวอู๋เสียเต็มไปด้วยความเกรงขามและความสับสน
อัจฉริยะเช่นนี้กลับเงียบหายไปโดยไม่เป็นที่รู้จัก?
ในแต่ละปี สำนักศึกษาจักรวรรดิจะส่งคนไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกศิษย์อัจฉริยะเข้ามาในสำนัก สวีหลิงเสวี่ยก็เป็นหนึ่งในนั้น นางได้รับการคัดเลือกจากไป๋หลี่ชิงและรับนางเป็นศิษย์
ตามหลักแล้ว หลิวอู๋เสียอัจฉริยะเช่นนี้ ควรได้รับคำเชิญจากสำนักศึกษาจักรวรรดิไปนานแล้ว อัจฉริยะมากมายหลายคนที่อยู่ในสนามต่างก็อยู่ในสำนักศึกษาจักรวรรดิ แต่กลับไม่เคยได้ยินนามคนผู้นี้มาก่อน นั่นคือสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุด ผู้ตัดสินทั้งสามต่างก็หัวเราะขมขื่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกันที่ไม่ได้ห้ามปรามไว้ก่อน หน้าไหนจะไปคิดว่า หลิวอู๋เสียจะเก่งกาจขนาดนี้
ตำราหลอมโอสถหกแผ่นวางอยู่ตรงหน้าพวกเขา หลิวอู๋เสียสี่แผ่น จี้หยางหนึ่งแผ่น และฉินเล่อเทียนหนึ่งแผ่น
“พวกท่านคิดอย่างไร?”
ปรมาจารย์เม่าถามซางเหยียนและโจวซินเซิง พวกเขาทั้งสามต่างก็พิจารณาตำราหลอมโอสถหกแผ่นนี้มาหลายสิบรอบแล้ว แต่ก็ยังคงปรึกษากันอยู่
“ข้าได้พิจารณาแล้ว ตำราหลอมโอสถของจี้หยางมีความเป็นไปได้เพียงสามส่วน ตำราหลอมโอสถของฉินเล่อเทียนมีข้อผิดพลาดครั้งใหญ