ว่านหรงเจ๋อขมวดคิ้ว สำนักศึกษาจักรวรรดิจะให้หินวิญญาณแก่เขาฝึกวิชาเดือนละห้าก้อน ตลอดหนึ่งปีกว่า ๆ สะสมมาได้แค่สามสิบกว่าก้อน ชั่วเวลานี้ไม่สามารถหาหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนได้
“เอาออกมาไม่ได้หรือ?”
เสียงเยาะเย้ยเบา ๆ เอาหินวิญญาณออกมาไม่ไหว ก็ไม่มีสิทธิ์มาเดิมพันกับเขา สถานการณ์พลันพลิกผัน อำนาจในการต่อรองกลับมาอยู่ในมือหลิวอู๋เสียอีกครั้ง ข้าตกลงที่จะพนันกับเจ้า อย่างแรกเจ้าก็ต้องหาหินวิญญาณที่ข้าต้องการให้ได้ก่อน
ทั้งสองฝ่ายโต้ตอบกัน ว่านหรงเจ๋อบังคับให้พนัน ทำให้หลิวอู๋เสียต้องตกลง เสนอหินวิญญาณเป็นเดิมพัน ช่างฉลาดนัก เจ้าจะพนันหรือไม่
“สวะเอ๊ย เจ้าจะปฏิเสธเดิมพันก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลที่ไร้สาระแบบนี้หรอกมั้ง ไม่กล้าพนันก็พูดมาตรง ๆ ก็จบแล้ว”
เถียนเหย่เฉวียนหัวเราะเย็นชา ดึงดูดคนจำนวนมากมาสมทบ เสียงเยาะเย้ยคำต่อคำ ถาโถมใส่หลิวอู๋เสีย
“พี่จั๋วหราน ข้ามีหินวิญญาณอยู่บ้างพอดี ท่านเอาไปก่อน รอแข่งเสร็จค่อยคืนข้าก็ได้”
เซวียอวี้หยิบถุงเก็บของที่เอว คว่ำลงบนโต๊ะ หินวิญญาณราวเจ็ดสิบถึงแปดสิบก้อนร่วงหล่นลงมา บวกกับหินวิญญาณสามสิบกว่าก้อนของว่านหรงเจ๋อ เกินกว่าหนึ่งร้อยก้อนแล้ว