น จากนั้นเสิ่นจื่ออีจึงเดินเข้าไปภายในตำหนัก ทว่าร่าเริงถือดีผิดจากที่ผ่านมา ถวายบังคมและถวายพระพรตามธรรมเนียมปฏิบัติของวังหลวงอย่างถูกต้องตามระเบียบแบบแผน
เซียวซูตามหลังมา
แม้รอยฝั่ามือสีแดงจาง ๆ บนใบหน้าจะมิได้กระแทกสายตาแต่ก็เห็นชัด
ฮ่องเต้ผู้มีสีพระพักตร์อ่อนเพลียนั่งทอดพระเนตรจากเบื้องสูงผาดเดียวก็กระจ่างแจ้ง เลิกพระขนงและปรายพระเนตรมองเสิ่นจื่ออีพร้อมแย้ม พระสรวลตรงมุมพระโอษฐ์ แต่กลับมิได้ตรัสถามสักคำ มีพระราชปฏิสันถารกับเสิ่นจื่ออีตามปกติประหนึ่งไม่ทอดพระเนตรเห็นสิ่งใดทั้งสิ้น
เซียวไทเฮาตรัสแสดงความห่วงใยบ้างเป็นครั้งคราว
แต่ไม่ทอดพระเนตรใบหน้าเซียวซูสักแวบ
ราชสำนักฝั่ายหน้าเกิดคลื่นลมมรสุม ตระกูลเซียวตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะการรื้อคดีเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ก้านโจว หลักฐานทุกอย่างแพร่สะพัดสู่โลกภายนอกทำให้เซียวไทเฮาทรงสงสัยว่าคืนนั้นหลังจากเซียวซูออกจากตำหนักฉือหนิงของตน นางไปแลกเปลี่ยนสิ่งใดกับฮ่องเต้กันแน่
ราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ ผู้คนนั่งรวมตัวในตำหนักกันแน่นขนัด ต่างกล่าวคำอวยพรและแสดงความห่วงใย ทว่ามีแต่ถ้อยคำที่ดูดีแค่เปลือกนอกและไม่ได้สลักสำคัญอะไรอย่างเห็นได้ชัด
เกรงว่าคงมีเพียงเสิ่นเจี้ยที่ทรงแสดงน้ำใจไมตรีอยู่บ้าง
พระองค์ขมวดพระขนงอยู่ตลอดนับตั้งแต่ทอดพระเนตรเห็นเสิ่นจื่ออีเสด็จเข้ามา บัดเดี๋ยวก็ทรงกังวลเรื่องพายุทรายตามเส้นทาง บัดเดี๋ยวก็ทรงกำชับเรื่อ