ชาวบ้านพูดกันว่าชีวิตของคนเรามีเรื่องน่ายินดีอันยิ่งใหญ่สี่ประการ ประการแรก คืนเข้าห้องหอ ประการที่สอง มีรายชื่อสอบติดราชการประการที่สาม ฝนตกหลังจากแล้งมานาน และประการที่สี่ ได้พบสหายเก่าในต่างถิ่น
อย่างไรก็ตาม สำหรับคืนนี้และ ณ เวลานี้เกรงว่าอาจต้องเพิ่มความน่ายินดีประการที่ห้าเข้าไป
นั่นคือ ‘ถูกจองจำแล้วมีคนมาปล้นคุก’
ใต้หล้านี้ไม่มีเรื่องใดน่ายินดียิ่งกว่าพบทางรอดในยามสิ้นหวังอีกแล้วเมื่อทอดสายตาไปก็เห็นว่ามีคนถูกขังอยู่ในคุกหลวงแน่นขนัด
ส่วนใหญ่เป็นนักโทษประหารรอการไต่สวนและผู้กระทำความผิดข้อหาอุกฉกรรจ์ ครั้นพวกเขาพบโอกาสหายากเช่นนี้จึงแสดงอาการลิงโลดยินดี บ้างออกแรงเขย่าประตูบานคู่ของห้องขังซึ่งยังไม่ได้เปิด บ้างวิ่งตะบึงออกมาจากข้างในพร้อมกู่ร้องตะโกนกึกก้อง
ฝูงชนส่งเสียงอึกทึกครึกโครม
คนส่วนใหญ่กรูออกไปนอกคุกหลวง
ทว่ากลับมีบางคนเดินย้อนฝูงชนกลับมาอย่างผิดปกติโดยไม่ถอดชุดนักโทษ แต่ละคนกุมดาบยาวค้นห้องขังทีละห้อง
ชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่สาวกนิกายสวรรค์
บางห้องเมื่อพวกมันค้นหาเสร็จก็ไม่รั้งอยู่ต่อส่วนบางห้องเมื่อเห็นว่าคนข้างในเป็นใครก็เงื้อดาบพัง หรือไม่ก็ใช้กุญแจที่คลำหามาได้จากตัวผู้คุมเปิดประตูปล่อยคน
แต่ยิ่งเดินลึก ความร้อนรนบนสีหน้าของพวกมันก็ทวีเพิ่มพูน
เจียงเสวี่ยหนิงถูกกระหนาบด้วยฝูงชนและมีจางเจอจับมือไว้ นางมองเห็นกลุ่มคนท่าทางผิดปกติเหล่านี้ขณะกำลังเดินหน้าและเงยศีร