เดนที่เหลืออยู่ของกลุ่มกบฏผิงหนานอ๋องได้เล่า?
นิ้วมือที่วางบนหัวเข่าค่อย ๆ กำจนแน่น เขาหลับตาลงอย่างเชื่องช้า แล้วเอ่ยถามว่า “ในเมื่อเจ้าสืบได้แล้ว จะรายงานเบื้องบนเมื่อใด?”
วันนี้มีโจวอิ๋นจือมาสืบได้คนหนึ่ง วันหน้าหากมีจ้าวอิ๋นจือ หวังอิ๋นจือ ก็ย่อมต้องสืบได้เช่นกัน
มิหนำซ้ำอาจสืบได้มากกว่าและน่ากลัวกว่าโจวอิ๋นจือเสียด้วยซ้ำ
จิตใจของเจ้าผู้ปกครอง ผู้ใดจะคาดเดาถูก
จะดีจะชั่วอย่างไรเยี่ยนหลินก็เป็นผู้ที่เคยเข้าวังหลวงมาบ้างแล้ว ด้วยความที่เห็นจนชินหูชินตา รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่มีทางปิดบังได้แน่นอน สิ่งที่ทำได้มีแค่เตรียมการรับมือล่วงหน้า
โจวอิ๋นจือทอดสายตามองหนุ่มน้อยซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียวก็จะเข้าพิธีสวมกวานพลันรู้สึกเหมือนอีกฝั่ายไม่ใช่คนที่ตนคิดว่าไร้เดียงสาและเชื่อคนง่ายในคราแรกอีกแล้ว
ตรงข้าม สิ่งที่ซื่อจื่อผู้นี้คิดได้นั้นเหนือล้ำกว่าคนวัยเดียวกันมากนัก
โจวอิ๋นจือนึกถึงเจียงเสวี่ยหนิง ตอบกลับไปว่า “เจ็ดวันให้หลังจะรายงานเบื้องบนตามความเป็นจริงขอรับ”
เยี่ยนหลินหัวเราะออกมาทันที
ทันใดนั้นเอง เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับโจวอิ๋นจือต่างผุดขึ้นมาจากส่วนลึกของสมอง ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมประสาน ครั้นจบการสนทนาในวันนี้ความไม่สมเหตุสมผลที่เคยมีอยู่ล้วนสมเหตุสมผลขึ้นมา
รวมถึงคำพูดของหนิงหนิงก่อนหน้านี้ด้วย…
ยิ่งหัวเราะเขาก็ยิ่งควบคุมไม่อยู่ สุดท้ายทนไม่ไหว ความรวดร้าวแปลกประหลาดอย่างหนึ