ผ่นหลังห้ามคดงอแม้แต่นิดเดียว ทว่าลำคอต้องค้อมต่ำเล็กน้อย ก้มศีรษะลงไปสามส่วน มือทั้งสองข้างประสานและกุมกันหลวม ๆ บริเวณเอว ห้ามแนบกันจริง ๆ ข้อศอกต้องตั้ง ทั้งซ้ายและขวาต้องสูงอยู่ระดับเดียวกัน ห้ามทาบมือด้วยท่าทีเกียจคร้านเด็ดขาด”
แต่ครั้นหันกลับมามองเจียงเสวี่ยหนิง…
ยามขาแนบชิด เอวไม่ได้เหยียดตรง เมื่อเอวเหยียดตรง แผ่นหลังก็ค้อมลง ครั้นแผ่นหลังเหยียดตรง คอก็แข็ง พอก้มลง ศีรษะก็กระดกขึ้นมา ยากเย็นนักกว่าจะยืนได้ถูกต้อง อีกทั้งการประสานมือสองข้างก็ไม่ถูกอีก แขนทั้งซ้ายและขวาสองข้างโยกคลอนราวกับตุ๊กตาล้มลุก ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่อาจทำให้สูงอยู่ในระดับเดียวกัน
ไม่เคยเห็นแขนขาของผู้ใดไม่สมดุลเช่นนี้มาก่อนเลย!ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงเองกลับสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน นิ่งเฉยปราศจากความลนลานท่าทางไม่รู้ตัวเลยว่าตนย่ำแย่เพียงใด
หัวหน้ากองซูโด่งดังเรื่องความเข้มงวดในวังหลวง เป็นผู้ที่ไม่อาจเห็นความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยได้ตัวจริง ปกติแล้วหากเห็นผู้ใดไม่รักษากฎระเบียบภายในวังหลวงล้วนหาญกล้าตำหนิสั่งสอนไปยกหนึ่งด้วยใบหน้าเย็นชา นับว่าเป็นคนอารมณ์ร้ายไม่น้อย
แรกเริ่มนางนึกว่าในเมื่อเจียงเสวี่ยหนิงเป็นผู้ที่ปลดปล่อยองค์หญิงได้ ก็น่าจะเป็นผู้ที่ฉลาดหัวไวจิตใจละเอียดอ่อน
อีกทั้งดูท่าทางก็ไม่เหมือนคนโง่เขลา
ผู้ใดจะคาดคิดว่าเมื่อสอนสั่งแล้วกลับประหนึ่งตอไม้แข็งทื่อ มิหนำซ้ำยังไม่รู้จักยางอายเอาเสียเลย เจ้าจี