ครั้นเห็นสาวใช้คนสุดท้ายนำปินทองที่แอบซุกซ่อนไว้ใส่กลับเข้ากล่องแล้ว เจียงเสวี่ยหนิงจึงผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจ
เจียงปั๋อโหยวเหลือบมองตำราเรียนสำหรับเด็กที่นางถือในมือแวบหนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงกระแอมแล้วถามหยั่งเชิง “พวกนางคายของที่เอาไปออกมาหมดแล้วหรือไม่ ต้องนับสักหน่อยหรือเปล่า?”
นับ?
ให้นางใช้ตำราแบบเรียนเด็กน้อยมานับจำนวนเอาเช่นนั้นน่ะหรือ
ก่อนหน้านี้นางขานรายชื่อของขวัญที่เยี่ยนหลินมอบให้เนื่องในวันเกิดอายุครบสิบแปดปีของนางก็เพื่อข่มขู่คน นั่นคือขีดจำกัดแล้ว จะไปรู้มากกว่านั้นได้ที่ไหนกัน
ฉะนั้นนางจึงตอบเพียงว่า “พวกนางย่อมคืนไม่หมดแน่นอน คิดว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาของไปจำนำแล้ว หากให้พวกนางเอาอะไรกลับมาคืนอีก คิดว่าคงสร้างความลำบากมากเกินไปเจ้าค่ะ นอกจากนี้ลูกตั้งใจจะไม่นับสิ่งของภายในสองกล่องนี้เช่นกัน แค่คิดตักเตือนพวกนางเท่านั้น ไม่ให้วันหลังพวกนางกล้าบังอาจก็พอท่านพ่อเห็นเป็นเช่นไรเจ้าคะ?”
นี่มันออกจะจัดการเรื่องอย่างจริงจัง แต่ปล่อยวางอย่างง่ายดายเกินไปสักหน่อยหรือเปล่า
เจียงปั๋อโหยวขมวดคิ้ว “ไม่ลงโทษหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง มองสาวใช้และหญิงรับใช้ซึ่งกลับไปคุกเข่าอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในลานเรือนอีกครั้ง “เดิมทีพวกนางได้รับการอบรมจากในจวน จากนั้นถึงจะส่งมาที่เรือนของลูก ก่อนหน้านี้ยังอยู่ในกฎระเบียบดียามอยู่ต่อหน้าลูกก็ไม่มีครั้งใดไม่ประจบเอาใจหากเอ่ยถึ