มกันเล่า
เจียงปั๋อโหยวมองดูบุตรี ไม่รู้ว่าเริ่มถูกชะตามากกว่าเดิมตั้งแต่เมื่อใด เขาอดผงกศีรษะเล็กน้อยไม่ได้ “ดี เช่นนั้นจงทำตามที่เจ้าว่า”
ทว่าจิตใจของเจียงเสวี่ยหนิงกลับสงบนิ่งปราศจากการกระเพื่อมไหว
นางย่อมไม่ใช่คนดีมีเมตตาอะไรนั่นอยู่แล้วเพียงแต่มีประสบการณ์จากชาติก่อน รู้จักหลักการ ‘เกิดเป็นคนต้องเหลือทางรอด วันหน้าจะได้เข้าหน้ากันติด’ อย่างลึกซึ้งก็เท่านั้นเองเฉกเช่นที่ประพฤติต่อเยี่ยนหลินในครานั้น
ชาติก่อนนางยืนกรานหัวเด็ดตีนขาดว่าต้องได้เป็นฮองเฮาให้จงได้ ต่อให้จวนหย่งอี้โหวไม่สิ้นอำนาจ นางก็ยังจะเลือกอภิเษกสมรสกับเสิ่นเจี้ยอยู่ดี แต่เหตุใดถึงต้องพูดจาตัดรอนเสียขนาดนั้นและเหตุใดต้องเลือกพูดในช่วงเวลาเช่นนั้นด้วย
คำพูดตัดรอน คนตัดเยื่อใย
หากนางเป็นเยี่ยนหลินก็ต้องโกรธแค้นเป็นแน่ เยี่ยนหลินได้อำนาจกลับคืนมาและหวนคืนสู่ราชสำนักเพื่อรังแกนาง นั่นถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผลมากที่สุดแล้วโลกนี้มีอยู่สองสิ่งที่ทางที่ดีไม่ควรกระทำมากที่สุด สิ่งแรกคือรังแกหนุ่มน้อยยามอับจน สิ่งที่สองคือบีบให้สุนัขจนตรอก
เหตุผลที่ใช้จัดการเหล่าสาวใช้และหญิงรับใช้ก็คืออย่างหลัง
ประการแรก บ่าวรับใช้ล้วนเหมือนกันหมดถ้าจะเปลี่ยนกลุ่มใหม่ ไม่สู้เก็บคนที่รู้ตัวว่าทำผิดแล้วระมัดระวังคำพูดและการกระทำจะดีกว่าประการที่สอง หากลงโทษสถานหนักเกินไป อาจทำให้ตนเองมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนจิตใจโหดร้ายทารุณก็เป็น