จุดซึ่งไคลน์เคยยืนอยู่
กึก! กึก! กึก!
ถือโคมตะเกียงด้วยมือข้างหนึ่ง มิลเลอร์ในเสื้อคลุมน้ำเงินยกมือขึ้นสองข้าง
ร่างหัวขาดทั้งหกพลันย่ำเท้าปรี่ใส่ไคลน์และไอร์แลนด์จนพื้นดินสั่นสะเทือน
ลำพังสัตว์ประหลาดไร้หัวตัวเดียวยังยาก แต่นี่กลับมาพร้อมกันถึงหก… แถมยังมีบิชอปวิปริตอีกหนึ่ง!
เมื่อเห็นฉากตรงหน้าเต็มสองตา เดนิสพลันเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
ทันใดนั้น วัตถุบางชนิด สีทองแดง พุ่งผ่านหน้าเดนิสจนเกิดเป็นเส้นแสง ก่อนจะลอยไปตกลงในจุดห่างไกล
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
นกหวีดทองแดงของอะซิกกระทบพื้นและกระเด้งไปอีกสองสามตลบ
ด้วยเสียงครางในลำคอหนึ่งหน ศพหัวขาดทั้งหกต่างกรูไปรุมทึ้งนกหวีดทองแดงโดยมิได้นัดหมาย ส่งผลให้บิชอปมิลเลอร์ยืนโดดเด่นอยู่ตามลำพัง
ไคลน์ฉวยโอกาสล้วงมือซ้ายเข้าไปหยิบเข็มกลัดสุริยันในเสื้อโค้ทและโยนไปทางกัปตันไอร์แลนด์ซึ่งยืนไม่ห่าง
ปิดท้ายด้วยการตะโกนสั้นกระชับ
“ถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปห้าวินาที. น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์.”
จากนั้น ชายหนุ่มไม่แยแสชะตากรรมของหมวกทรงกึ่งสูงบนศีรษะตน เพียงวิ่งซิกแซกซ้ายขวาตรงเข้าหาบิชอปมิลเลอร์อย่างคล่องแคล่ว
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ใบมีดสายลมถูกกระหน่ำยิงเพื่อหยุดยั้งการกระทำของไคลน์
พื้นดินในจุดดังกล่าวแตกร้าวและถูกทำลายจนไม่เหลือเค้าเดิม ไคลน์อาศัยความคล่องตัวของตัวตลกโยกหลบด้วยหลากหลายลูกเล่น ไม่ว่าจะใช้มือยันพื้นเพื่อเบรกจังหวะ หรือการม้วนตัวกลิ้งอันเป็นสิ่งถนัด