ัปลักษณ์และน่ากลัวอื่นๆ ได้
เมื่อใจเย็นลง สติของแต่ละคนเริ่มกลับมา สองมือบีบกำด้ามปืนแน่นกระชับ
อย่างไรก็ตาม แสงสีขาวโพลนจากฟากฟ้ายังอยู่นอกเหนือจินตนาการและความเข้าใจไปไกลมาก พวกมันกำลังรู้สึกว่า โลกทัศน์และมุมมองต่อชีวิตของตนช่างไร้เดียงสา
ประสบการณ์ชีวิตในอดีตเริ่มถูกสั่นคลอน
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก จำต้องยอมรับความอ่อนหัดของตัวเอง และสะกดอารมณ์หดหู่เอาไว้ในใจก่อน
ไคลน์หยุดยืนหน้าทางเข้าภัตตาคารมะนาว
ตามด้วยการยกมือขวาเคาะ
ก็อก! ก็อก! ก็อก!
มันเคาะสามครั้งเป็นจังหวะ แต่ไม่มีสิ่งใดตอบสนองกลับมานอกจากความเงียบงัน
ถ้าไม่ใช่เพราะแสงเทียนสีเหลืองส่องลอดช่องว่างหน้าต่างและประตู ไคลน์คงคิดว่าภัตตาคารแห่งนี้เป็นตึกร้าง
ตึง! ตึง! ตึง!
ชายหนุ่มเคาะอีกสามครั้ง
ภายในร้านอาหาร ความเงียบงันยังคงครอบงำไม่แปรเปลี่ยน คล้ายกับทุกคนทำตามธรรมเนียมไม่ตอบสนองเสียงเคาะในยามสภาพอากาศเลวร้ายอย่างเคร่งครัด
ไคลน์ชักมือขวากลับและนำไปทาบไว้กับชายเสื้อโค้ทกระดุมสองแถว
จากนั้น มันโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ตามด้วยการใช้เข่าขวากระทุ้งใส่ประตู
เมื่อสิ้นเสียง ‘โครม!’ ประตูภัตตาคารเปิดออกทันทีในสภาพหมุดยึดหลุดกระเด็น
ฟ็อกซ์ในชุดทักซิโด้ ผู้เป็นเจ้าของใบหน้าอ้วนท้วน ยังคงยืนในจุดเดิม สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีซึ่งเลือกจะพักค้างคืน ได้เปิดประตูออกมาจ้องอย่างเงียบงัน
“ต้องการอะไร” สีหน้าฟ็อกซ์ปราศจากความฉุนเฉียวเหมือนช่ว