กเท่านั้น!
ดิเมอดอร์จับมือภรรยาใหม่และเดินไปทางประตูด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“ทรัพย์สินของเราอยู่บนเรือทั้งหมด ดังนั้นเราจะไปกับพวกคุณ… ขอบคุณมากสำหรับการแวะมารับ”
มันกับภรรยาเดินผ่านไคลน์และกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ ก่อนจะไปรวมตัวกับครอบครัวแบรนช์ด้านหลัง
ไคลน์ลดปืนลงและก้มหัวให้ฟ็อกซ์เล็กน้อย
“ขออภัย”
เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มหันหลังกลับ และเห็นคลีฟส์กับคนอื่นกำลังถูกฉาบด้วยแสงสีเหลืองนวลจากด้านในภัตตาคาร
โครม! ประตูภัตตาคารมะนาวปิดสนิทอีกครั้งพร้อมกับสายลมหมุนวนแผ่วเบา
ไคลน์ตระหนักถึงบรรยากาศผิดแผก แต่เนื่องจากเนตรวิญญาณไม่พบสิ่งน่าสงสัย จึงปล่อยผ่านโดยไม่คิดสืบสวนลึกมากกว่านี้ เพราะเกรงว่าจะทำให้ ‘อันตรายซ่อนเร้น’ ของท่าเรือแบนชีปะทุออกมา
เมื่อกลับมายืนข้างเดนิส ไคลน์นับจำนวนคณะเดินทางในปัจจุบันด้วยความช่วยเหลือจากแสงตะเกียง
ครอบครัวดอนน่ามีสี่ บอดี้การ์ดอีกสาม รวมถึงคู่รักดิเมอดอร์และคนรับใช้…
ไคลน์ย้ายลูกโม่ดัดแปลงในมือขวาไปถือรวมกับไม้ค้ำในมืออีกข้าง ก่อนจะใช้มือขวาล้วงกระเป๋าเสื้อเพื่อสัมผัส ‘เข็มกลัดสุริยัน’ อย่างอ่อนโยน
ทันใดนั้น แสงสีทองเข้มได้ส่องประกายออกจากตัวไคลน์ แผ่ไปยังทุกคนรอบตัวในลักษณะคล้ายคลื่นน้ำ
ดอนน่าและคนอื่นๆ เริ่มรู้สึกคล้ายกับ กำลังอาบแดดใต้แสงอาทิตย์อบอุ่น ความหนาวเย็นในร่างลดทอนลงหลายระดับ
ความวิตกกังวลถูกขจัด คล้ายกับได้รับความกล้าหาญเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ไม่เพียงเท่านั้