องการเรียกร้องความยุติธรรม
ทันใดนั้น คลีฟส์เดินขึ้นมาถึงชั้นสองพอดี จึงขยับไปใกล้กับหน้าต่างและถาม
“เกิดอะไรขึ้น”
“ดอนน่าบอกว่าเธอเห็นซอมบี้ข้างล่าง เป็นซอมบี้ไร้หัว” ผู้คุ้มกันอีกหนึ่งคนทีกอธิบายพลางอมยิ้ม
คลีฟส์เงียบงันสักพัก จึงค่อยหันไปผงกหัวให้ดอนน่า
“ไม่เป็นไร มันผ่านไปแล้ว ข้างนอกลมแรงมาก… สถานการณ์ยังไม่สงบ พวกเราค่อยกลับหลังจากพายุเริ่มซาลง”
ในสายตาดอนน่า ลุงคลีฟส์เชื่อในคำพูดของเธอ เพียงแต่เลือกตอบอย่างเป็นกลาง
แต่ในทางกลับกัน เออร์ดี้กับทีกต่างมองว่า นั่นคือกลอุบายในการปลอบเด็ก
เมื่อเห็นดอนน่ายังคงกระวนกระวาย และนายจ้างของตนแสดงสีหน้าไม่พอใจ คลีฟส์ดึงเก้าอี้ออกมานั่งและกล่าวอย่างใจเย็น
“เมืองท่าแบนชีมีธรรมเนียมหนึ่งค่อนข้างประหลาด ในค่ำคืนสภาพอากาศเลวร้าย พวกเขาจะไม่ออกจากบ้าน และไม่ตอบสนองต่อเสียงเคาะประตูเด็ดขาด”
“ถ้าเปิดประตูออกไป จะถูกซอมบี้ไร้หัวลักพาตัวใช่ไหมครับ” เนื่องจากเคยเห็น ‘ผู้ส่งสารกระดูก’ พร้อมกับพี่สาว แดนตันจึงตั้งคำถามอย่างสนใจ
“จะคิดแบบนั้นก็ได้” คลีฟส์จิบน้ำเปล่าหนึ่งคำ
อย่างนี้นี่เอง… ดอนน่าทิ้งตัวนั่ง เธอเชื่อว่า ขอเพียงตนไม่ออกจากบ้าน ซอมบี้ด้านนอกก็จะเข้ามาทำอันตรายไม่ได้
ระหว่างนั้น เด็กสาวเริ่มตระหนักว่าลูกค้าโต๊ะอื่นของภัตตาคาร กำลังจ้องมองมายังโต๊ะของครอบครัวตนเป็นตาเดียว
คงเพราะเสียเอะอะวุ่นวายเมื่อครู่…
ดอนน่ารู้สึกราวกับทุกสายตากำลังจ้องมอ