นไปพูดกับพนักงานหญิง
“สำนักงานโทรเลขจะปิดแล้วใช่ไหม เราเข้าไปหลบในวิหารข้างๆ ได้รึเปล่า?”
“ไม่มีปัญหา” หญิงสาวผมน้ำตาลยังคงตอบด้วยจังหวะเชื่องช้า
ไอร์แลนด์พยักหน้า เปิดประตูสำนักงานโทรเลขและเดินไปยังวิหารวายุสลาตันซึ่งห่างออกไปหลายสิบเมตร ระหว่างนั้น สายลมกระโชกยังคงพัดผ่านอย่างต่อเนื่อง รุนแรงพอจะพัดเด็กตัวเล็กให้ลอยขึ้น
ต้นเรือ·แฮร์ริส กดหมวกและเดินตามหลังกัปตันโดยไม่ทิ้งระยะห่าง สีหน้าคล้ายกับต้องการเสนอแนะให้เดินกลับไปยังโมราขาวในทันที
แต่เมื่ออ้าปากเตรียมพูด สายลมได้พัดสวนเข้าไปในลำคอ จนกลบเสียงและคำเสนอแนะไปอย่างสมบูรณ์
มันตัดสินใจปิดปากเงียบ และล้มเลิกความพยายามอันไม่มีวันสำเร็จ
เหลืออีกสิบห้านาทีก่อนจะหนึ่งทุ่มตรง ท้องฟ้ายังไม่มืดมากนัก ประตูของวิหารวายุสลาตันจึงยังเปิดต้อนรับสาวก
เมื่อเข้าไปด้านใน สายลมแผ่วลงจากด้านนอกมาก อย่างน้อยไอร์แลนด์กับแฮร์ริสก็ไม่ต้องกังวลว่าหมวกจะทอดทิ้งศีรษะไป
หลังจากเดินผ่านทางเดินบรรยากาศมืดสลัว ทั้งสองมาถึงโถงสวดมนต์ขนาดใหญ่ และเห็นชายคนหนึ่งในเสื้อคลุมนักบวชสีน้ำเงินเข้ม กำลังนั่งในแถวหน้าสุดของเก้าอี้สวดมนต์
อีกฝ่ายกำลังนั่งจ้องแท่นบูชาซึ่งถูกตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ของสายลม คลื่น และสายฟ้าขนาดใหญ่ ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งวายุ
ไอร์แลนด์ยิ้มและเดินเข้าไปตบไหล่บุคคลอันคุ้นเคย
“สวัสดีเจสซ์ ท่านบิชอปอยู่ไหน”
ขณะออกแรงสัมผัสบ่า ศีรษะของเจสซ์เริ่มโยกคลอนซ้า