งเดนิส
“คุมความประพฤติเขา”
“คุมความประพฤติ?” คลีฟส์เผยสีหน้าสับสน ชัดเจนว่ามันไม่เข้าใจความหมายของเกอร์มัน·สแปร์โรว์
หัดวิเคราะห์ด้วยตัวเองบ้าง… ลองใช้สมองไตร่ตรองและอนุมานสักนิด เรื่องแค่นี้ไม่ควรต้องเสียเวลาอธิบายเลย…
แถมมันยังไม่เข้ากับบุคลิกของฉัน!
ยืนจ้องหน้าคลีฟส์ ไคลน์กล่าวเสียงเรียบ
“เมื่อเห็นเขาเดินขึ้นมาจากท่าเรือดาเมียร์ ผมบังเอิญจดจำใบหน้าได้ จึงตัดสินใจคุมประพฤติเพื่อมิให้เขาทำเรื่องแย่ๆ บนเรือ”
คลีฟส์จ้องหน้าไคลน์สามวินาทีเต็ม ก่อนจะผงกหัวรับ
“ไม่ติดปัญหาอะไรใช่ไหม? ต้องการความช่วยเหลือรึเปล่า?”
“ไม่” ไคลน์ตอบเย็นชา
คลีฟส์เหลือบมองเดนิสผู้มีสีหน้าหดหู่ ก่อนจะก้าวถอยหลังสองครั้ง
“ขอตัวก่อน”
ขณะกำลังจะเดินจากไป มันได้ยินเสียงนักผจญภัยหนุ่ม เกอร์มัน·สแปร์โรว์ ตะโกนดังตามไล่หลัง
“เสร็จแล้วให้รีบกลับเรือ เมืองท่าแบนชีมีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล”
…
ณ ภัตตาคารมะนาว หลังจากดอนน่าวางผ้าเช็ดปาก เด็กหญิงมองเห็นลุงคลีฟส์เดินขึ้นมาจากชั้นล่างอย่างรีบร้อน
ทันใดนั้น สภาพอากาศรอบท่าเรือเกิดผันผวนกะทันหัน สายลมกระโชกพัดผ่านจนต้นไม้ใหญ่โยกเอน
สมกับฉายา ‘พิพิธภัณฑ์สภาพอากาศ’ …
ดอนน่าสำรวจวิวทิวทัศน์ด้านนอกอย่างสนอกสนใจ
จากนั้น เธอเห็นชายคนหนึ่ง สวมผ้าคลุมสีดำและถือตะเกียงไว้ในมือ
คล้ายกับตระหนักว่าถูกใครบางคนจ้องมอง ชายปริศนารีบหันหน้าขึ้นมายังชั้นสองของภัตตาคารทันที
ดอนน่าเริ่มเห็นรูปลักษณ์ข