เริ่มจากไวน์รองท้องสองแก้ว รสหวาน สีทองซีด
ไคลน์หยุดสนทนา และรวบรวมสมาธิลิ้มรสชาติอันหอมละมุนของแต่ละจาน ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่า คุณภาพของอาหารสูงกว่าบัตรโดยสารชั้นสองของตนค่อนข้างมาก
เสียงไวโอลินดังคลอท่ามกลางเสียงกังวานของมีดส้อมกระทบกับภาชนะกระเบื้องเคลือบ วิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างค่อนข้างเงียบงันโดยมีเสียงระลอกคลื่นระรื่นหู
ขณะโต๊ะของไคลน์ถึงเวลาเสิร์ฟของหวาน ลูกเรือคนหนึ่งได้ย่ำเท้าเข้าไปทางโต๊ะของไอร์แลนด์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“กัปตัน! เรือโจรสลัด!” มันมิได้พยายามหรี่เสียงให้เบาลงแม้แต่น้อย
ผู้โดยสารจำนวนมากพลันแตกตื่นและหยุดกินอาหารทันที
ไคลน์เงยหน้า ดวงตาจ้องมองไปทางเดนิสฝั่งตรงข้ามอย่างเย็นชา
เดนิส·เพลิงพิโรธนั่งแข็งทื่อหลายวินาที พร้อมกับเผยรอยยิ้มขื่นขมและลดเสียงลง
“ถ้าฉันบอกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน นายจะยอมเชื่อไหม”
เปลือกตาไคลน์กระตุกแผ่วเบา ก่อนจะกล่าวโดยยกโค้งมุมปากเล็กน้อย
“เดาดูสิ”
เดากับแม่เอ็งสิ!
เดนิสเดือดดาลจนเกือบหลุดโมโห
แต่มันยังทนฝืนยิ้มต่อไป
“ด้วยสติปัญญาอันสูงส่งของนาย คงประเมินสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายจากฉันกระมัง”
พร้อมกันนั้น ไอร์แลนด์รีบถามไถ่รายละเอียดจากลูกเรือ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและกล่าวต่อหน้าผู้โดยสารบัตรชั้นหนึ่งซึ่งกำลังตื่นตระหนักตกใจ
“อีกฝ่ายเป็นแค่เรือโจรสลัดลำเดียว โมราขาวลำนี้สามารถรับมือได้สบายมาก! ได้โปรดกลับไปยังห้องพักของตัวเองอย่างเป