ริมฝีปากเปล่งเสียงอย่างเชื่องช้า
“ทุกคน… เรียงตามค่าหัว”
จากนั้นก็ชี้ไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตน
“นั่งลง”
เดนิสถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
มันเริ่มตระหนักว่า อีกฝ่ายก็มิได้เลวร้ายอะไรนัก อย่างน้อยก็ไม่ใจร้ายให้ตนยืนเมื่อย
…
ปู๊น—!
โมราขาวออกจากท่าเรือและแล่นเข้าสู่ผืนทะเลอันกว้างใหญ่ด้วยความเร็วสิบสามนอต
จนกระทั่งเที่ยงตรง
เดนิส·เพลิงพิโรธได้รับอนุญาตให้หยุดพักหลังจากพูดจนน้ำลายเหือดแห้ง โดยไคลน์บอกให้มันนำทางไปยังห้องอาหารด้วยบัตรโดยสารชั้นหนึ่ง
ร้านอาหารถูกตกแต่งอย่างหรูหรา มุมห้องมีนักไวโอลินบรรเลงเพลงไพเราะ แต่ละโต๊ะมีฉากกั้นแบ่งเพื่อความเป็นส่วนตัวและสร้างบรรยากาศรื่นรมย์สำหรับรับประทานอาหารในช่วงกลางวัน
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ไคลน์พบกับครอบครัวของดอนน่า รวมถึงคลีฟส์และบอดี้การ์ดคนอื่น ๆ พวกเขานั่งรวมกันในลักษณะครอบครัวใหญ่ และกำลังรอให้พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ
“คุณลุงสแปร์โรว์!” เนื่องจากมีความลับระหว่างกัน เด็กชายแดนตันจึงเปลี่ยนวิธีเรียกชื่ออีกฝ่าย
ดอนน่ากะพริบตาถี่ด้วยความสงสัย
เธอค่อนข้างมั่นใจว่าลุงสแปร์โรว์ถือบัตรโดยสารชั้นสอง จึงไม่สมควรจะปรากฏตัวในห้องอาหารของบัตรชั้นหนึ่ง
ไคลน์ยิ้มและโบกมือ พลังชี้ไปทางเดนิส
“เขาพาเข้ามา”
“อย่างนี้นี่เอง…” ดอนน่าจ้องเดนิสด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะพบว่าสุภาพบุรุษคนนี้ค่อนข้างพิลึก โดยเฉพาะขนคิ้วซึ่งโดดเด่นผิดธรรมชาติเกิดไป
คลีฟส์วางมีดส้อมลง