ือนหน้ากลับมายังเคาน์เตอร์ มันบรรจงจิบเบียร์อย่างไม่รีบร้อนพลางนั่งฟังกลุ่มขี้เมารอบผับคุยโม้โอ้อวด
สองสามนาทีถัดมา ชายร่างเล็กเดินมานั่งข้างไคลน์พร้อมกับถือเครื่องดื่มในมือ“สหายเป็นนักผจญภัยใช่ไหม” ชายแปลกหน้าเอียงคอยิ้มถามอีกฝั่ายมีผมสีดำ ดวงตาสีฟั้า ใบหน้าค่อนข้างชราและหมองคล้ำไร้ราศี“จะเรียกแบบนั้นก็ได้” ไคลน์ตอบเย็นชืด“เพียงแค่มอง ฉันก็บอกได้ทันทีว่านายเป็นนักล่าสมบัติมือฉมัง นักล่าผู้แสวงหาโอกาสและความมั่งคั่ง!” ชายร่างเล็กมองไปรอบตัวพลางหรี่เสียงลง “เคยได้ยินตำนานเรือ ‘จักรวรรดิผีสิง’ บ้างไหม”นี่เป็นบทสนทนาชวนทำแอมเวย์ของโลกทางนี้หรือไง… จริงสิ… ฉันยังเคยฟังเรื่องราวของพระเจ้าผู้ปลดปล่อยด้วยเหมือนกัน…ไคลน์หันไปตอบพร้อมกับใช้พลังผู้ไร้หน้าสร้างบรรยากาศไม่เป็นมิตร
“เคย… เรือผีสิงลำใหญ่ขนสมบัติมากมาย”“นั่นแหละ! พวกเรามีเบาะแสของมัน!” ชายร่างเล็กอุทานด้วยเสียงลุ่มหลง “เรามีเบาะแสว่ามันจะปรากฏตัวอีกครั้งตรงไหน! พวกเราไม่ต้องการให้สมบัติตกอยู่ในมือของทหารเรือหรือโจรสลัด และไม่ต้องการถูกดักปล้นกลางทาง จึงวางแผนเช่าเรือติดอาวุธของพ่อค้าไปดักรอยังพิกัดดังกล่าว แต่ค่าเช่าเรือต้องใช้เงินหนึ่งพันปอนด์ ตอนนี้พวกเรารวบรวมสมาชิกได้ทั้งหมดสิบห้าคนและมีเงินทุนทั้งหมดเจ็ดร้อยยี่สิบปอนด์แล้วขาดอีกไม่มากเท่านั้น! นายสนใจจะเข้าร่วมด้วยไหม”โดยไม่รอให้ไคลน์ตอบ อีกฝั่ายควักปึกกระดาษสีเหลือออกมาวาง“