ยื่อของคุณเป็นตัวอะไร”คลีฟส์มองลงไปยังทะเลอันกว้างใหญ่และถูกฉาบด้วยแสงจากจันทราสีแดง“เมอร์ล็อกหนึ่งตัว”เมอร์ล็อก? สัตว์วิเศษ!ถึงจะมีระดับต่ำสุด แต่ก็ยังต้องใช้คนธรรมดาพอประมาณในการล่า อย่างน้อยห้าคนและหอกอีกห้าเล่ม…ผิวหนังภายนอกของตัวเมอร์ล็อกนับว่าแข็งและเหนียวกระสุนปืนลูกโม่ทั่วไปแทบไม่สะกิดผิว อย่างน้อยก็ต้องปืนไรเฟิลขึ้นไป…ไคลน์เลิกคิ้ว“คุณคิดจะจัดการอย่างไร และมั่นใจได้ยังไงว่ามันมีแค่ตัวเดียว”
คลีฟส์ชี้ไปยังขอบเรือ“ตรงนั้นมีรอยเมือกของเมอร์ล็อก ผมได้ยินมาจากลูกเรือว่าราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก่อน มันพยายามปืนขึ้นมาบนเรือและทำร้ายผู้โดยสาร แต่เคราะห์ดี ช่วงดังกล่าวมีผู้คนพลุกพล่าน เวรยามรักษาความปลอดภัยจึงแน่นหนา”ไคลน์เดินไปยังขอบเรือพลางชะโงกหน้าก้มมอง และได้เห็นคราบเมือกสีเขียวบนผิวด้านข้างลำเรือเมื่อชายหนุ่มหวนนึกถึงข้อมูลจากเอกสารลับของเหยี่ยวราตรีในทิงเก็น ผนวกกับรายละเอียดจากหนังสือแห่งความลับจึงถามออกไปอย่างสนใจ“ทำไมถึงมั่นใจว่ามีตัวเดียว ไม่ใช่ฝูง”ไคลน์ไม่ลืมว่าตัวเมอร์ล็อกชอบอาศัยรวมกันเป็นฝูงใหญ่“หากเป็นฝูงจริง ปั่านนี้โมราขาวคงจมก้นทะเลไปนานแล้วและเหนือสิ่งอื่นใด โบสถ์วายุสลาตันมักเก็บกวาดเมอร์ล็อกในเส้นทางการเดินเรือละแวกนี้เสมอ พวกเขาชอบล่าเมอร์ล็อกเป็นชีวิตจิตใจ”
คลีฟส์อธิบายอย่างใจเย็นแน่สิ เพราะนั่นคงเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของโอสถลำดับ 9ลูกเรือ…ไคลน์ลูบไล้ปืนพกในกร