หลังจากย่างกรายขึ้นไปบนดาดฟั้าเรือ ขณะเตรียมเดินเข้าไปในเขตห้องพัก จากมุมสายตา ไคลน์เหลือบเห็นร่างของบุคคลผู้หนึ่งกำลังเดินแหวกฝูงชนเข้ามาใกล้ตนชายหนุ่มมองข้ามไหล่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงจิตสังหารไว้อย่างเจือจาง มันมองเห็นใบหน้าของชายวัยประมาณสามสิบสวมหมวกทรงสูงสีดำ และเสื้อกันลมสีเดียวกันใบหน้าแห้งเหี่ยว ลักษณะคล้ายคนเถื่อน ร่างกายกำยำแต่หุ่นสันทัด ดวงตาสีฟั้าซีดของมันไม่ปรากฏความเป็นมิตร แต่แฝงประสบการณ์อันโชกโชนไว้เต็มเปียมเคยเห็นจากไหนนะ… อ้อ… นึกออกแล้ว เราหันไปมองเขาเมื่อวานขณะกำลังต่อแถวซื้อบัตรโดยสาร และเข้าใจว่าเป็นนักผจญภัยเหมือนกัน… กล้าสวมเสื้อกันลมในทะเลช่วงเดือนมกราคมเชียว แข็งแรงเอาเรื่อง….ไคลน์ยกไม้ค้ำขึ้นและชี้ไปในแนวทแยงมุมพลางเผยรอยยิ้ม“อรุณสวัสดิ์ เจอกันอีกแล้วนะครับ”
ท่าทีประหนึ่งกำลังทักทายเพื่อนเก่าชายใบหน้าดุดันไม่เผยความประหลาดใจ เพียงหยุดเดินและพยักหน้าเคร่งขรึม“คลีฟส์ อดีตนักผจญภัย สหาย คุณก็เหมือนกันใช่ไหม”“ผมคิดว่าคุณคงทราบตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เกอร์มัน·สแปร์โรว์” ไคลน์ยิ้มมันไม่เปลี่ยนมาถือไม้ค้ำด้วยมือขวา เนื่องจากไม่มีเจตนาจะจับมือกับคลีฟส์“ผมพอจะเดาออก” คลีฟส์เงียบงันนานสองวินาที่ “น่าเสียดาย ชีวิตนักผจญภัยของผมไม่สวยหรู ต้องลงเอยด้วยการเปลี่ยนมาทำงานบอดี้การ์ดแทน โดยวันนี้รับภารกิจคุ้มกันครอบครัวของนายจ้างไปยังเมืองหลวงแห่งหมู่เกาะรอสต์”มันหมุนตัวคร