ร้หน้าได้อย่างคร่าว‘จะปลอมตัวเป็นใครก็ได้ แต่สุดท้ายต้องเป็นตัวเอง’ นี่คือหลักยึดถือซึ่งนักเชิดหุ่นโรซาโก้ถูกสอนให้จดจำ…เราเคยคิดว่า ‘ตัวเอง’ จะต้องหมายถึงตัวตนแท้จริง ในกรณีนี้คือไคลน์·โมเร็ตติ…แต่เมื่อลองไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ดูเหมือน ‘การเป็นตัวเอง’จะต้องตีความให้ลึกซึ้งมากกว่านั้น…ไคลน์โน้มตัวเข้าหาโต๊ะพร้อมกับอาบแสงแดดอบอุ่นด้านนอกเป็นเวลานาน จนดูคล้ายกับรูปปันคนนั่งในท่าครุ่นคิดผ่านไปสักพัก มันเริ่มสะกิดใจหรือว่า ‘ตัวเอง’ จะหมายถึงตัวตนภายในวิญญาณชั้นลึกสุด?ย้อนกลับไปในโลกเก่า โจวหมิงรุ่ยเคยสวมหน้ากากเป็นหลายบุคคลในโลกอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการสวมหน้ากากเข้าหาสังคมด้วยหลายบุคลิกตามแต่กลุ่มคนในแวดวงนั้นจะยอมรับ
โดยเกือบทั้งหมดจะเป็น ‘ตัวตนปลอม’อา… ขณะเราปลอมตัวเป็นใครสักคนบนโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ต้องมีการสร้างตัวตนปลอมในเชิงลึก และไม่หลุดพิมพ์ข้อมูลน่าสงสัยออกไป นั่นคือการสวมหน้ากากเข้าคนอื่น…หากทุกหน้ากากถูกถอดออกจนหมด สุดท้ายแล้ว ตัวเราคนนั้นคือ ‘ตัวเอง’ ในความหมายของโอสถผู้ไร้หน้า?ขณะเผชิญหน้าความชั่วร้าย เราเอาชนะความกลัวในใจและเลือกขัดขวางศัตรูทุกวิถีทางอย่างไร้เหตุผล โดยไม่ข้องเกี่ยวกับอุปนิสัยของตัวตนหรือใบหน้าในเวลานั้น…นี่คือเหตุผลให้โอสถถูกย่อยจนเกิดพัฒนาการชัดเจน?นั่นคือการไม่หลงลืม ‘ตัวเอง’ ?เรื่องนี้ต้องมีการทดลองและพิสูจน์…ครุ่นคิดมาถึงจุดนี้ ไคลน์เปล