สักวัน หึหึ…แต่จากความเข้าใจของเรา กรณีของท่านไม่น่าจะเรียกว่า ‘ลืมตาตื่น’ แต่เป็นการ ‘คืนชีพ’ มากกว่า แต่ ‘ผู้เชื่อ’ ไม่น่าจะมากไปกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด เพราะส่วนมากมักมีเปั้าหมายของตัวเองชัดเจน หากไม่ใช่คนทะเยอทะยานเหมือน
เรา ก็ต้องเป็นพวกเจ้าเล่ห์วางแผนชั่วร้ายบางอย่างอยู่… จริงสิ…มีบางอย่างไม่สมเหตุสมผล เราตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมทันทีหลังจากถูกชวนแค่ครั้งเดียว แทบไม่มีการใคร่ครวญให้รอบคอบก่อน…”“จริงอยู่ คนชวนอาจเล่าให้ฟังว่า สมาชิกส่วนใหญ่ลงคะแนนให้เราเข้าร่วมมากกว่าสองในสาม เราจึงถูกชวนเข้ามาเป็นสมาชิก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก สาระสำคัญคือ ทำไมทางนั้นถึงไม่เกรงกลัวว่าเราจะไม่ศรัทธาในอุดมคติ แถมยังไม่เคยบังคับให้เรามีความเชื่อแบบเดียวกันสักครั้ง พวกเขาใช้สิ่งใดเป็นหลักประกันว่าเราจะไม่มีเจตนาร้ายต่อองค์กร? หรือว่ามีตัวตนระดับเทวทูตบนเส้นทางผู้ชมแฝงตัวอยู่? บางที่ ท่านคนนั้นอาจแอบฟังการชี้นำทางใจภายในตัวเรา และบังคับให้เราเอ่ยวาจาสาบานโดยไม่รู้ตัว? แถมทางองค์กรยังมั่นใจเสียเต็มประดาว่า จะไม่มีสมาชิกคนใดสามารถปกปิดเจตนาร้ายต่อองค์กรได้อย่างมิดชิด เป็นไปได้มากทีเดียว…”“เมื่อตระหนักถึงเรื่องดังกล่าว เราพลันเกิดความสั่นกลัวจากก้นบึ้งทันที่ และเหนือสิ่งอื่นใด หากไม่ได้รับอนุญาต
สมาชิกทุกคนห้ามกล่าวถึงชื่อขององค์กรบนโลกภายนอกโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูก ‘รับรู้’ ทันที่ พวกเขายก