ภายในห้องโถงซึ่งใจกลางมีซากแท่นบูชาถูกทำลาย กลุ่มเหยี่ยวราตรีในชุดกันลมและหมวกทรงกึ่งสูงสีดำกำลังย่างกรายสำรวจอย่างใจเย็น ผู้นำทีมไม่ใช่ใคร แต่เป็นอาร์ชบิชอปแห่งโบสถ์รัตติกาล บุคคลอันดับหนึ่งของมหาวิหารแซมมัว นักบุญแอนโทนี·สตีเวนสัน“ถูกใครบางคนขัดขวางกลางคัน?” มันพึมพำโดยไม่หยุดก้าวเดิน พลางนำทางทุกคนมาถึงบานประตูหินซึ่งพาไปสู่ด้านในตัวอาคารเมื่อประตูถูกเลื่อนเปิดจนสุด บรรยากาศด้านในมีเพียงความมืดสนิทเข้มข้นนักบุญแอนโทนีเดินนำเหยี่ยวราตรีเข้าไปสำรวจด้านในตลอดทาง พวกมันไม่พบองครักษ์หรือสิ่งของมีค่าแม้แต่ชิ้นเดียว ราวกับถูกเก็บกวาดอย่างหมดจดก่อนหลบหนีไปจนกระทั่งมาถึงห้องด้านในสุด แต่ก็ไม่พบสิ่งใดหลงเหลือนอกจากเสาหินต้นใหญ่ ไม่มีประตูแสงสีฟั้าซึ่งไคลน์เคยใช้ผ่านเข้ามา
ทันใดนั้น ตะเกียงในมือเหยี่ยวราตรีพลันอับแสง ความดำมืดอันบริสุทธิ์เข้าครอบงำบรรยากาศรอบห้องเป็นเวลานานจนกระทั่งความสว่างกลับคืนสู่สภาพเดิม สมาชิกในทีมเริ่มสังเกตเห็นว่าผนังห้องถูกพลังบางอย่างละลายกลายเป็นของเหลวแต่หลังจากค้นหาอย่างละเอียดก็ไม่พบประตูลับหรืออุโมงค์พิเศษซ่อนอยู่ หลังกำแพงมีเพียงโคลนเหนียวข้นหรือไม่ก็หินก้อนใหญ่นักบุญแอนโทนีเงียบงันหลายสิบวินาทีก่อนจะออกคำสั่ง“ทดสอบแกะรอยด้วยพลังทำนาย กระจายตัวค้นหาในบริเวณใกล้เคียง”…ฮัดเช่ย!หลังจากวิ่งผ่านหน้าผาและผืนปั่าหนาทึบตลอดทาง ไคลน์เริ่มหดหู่เมื่อตระหนักว่าตนเริ่มป