ละคอยเขียนกำหนดดวงชะตาของเหยื่อโดยไม่มีใครหาตัวพบ…ไคลน์ซักถามหลังจากเรียบเรียงคำพูด“ถ้าอย่างนั้น ผมจะกลับเข้าไปในเบ็คลันด์สักวันหรือครึ่งวันได้ไหม มีบางสิ่งต้องสะสางก่อนออกเดินทาง เช่นการปลอมแปลงตัวตนและใช้ใบหน้าใหม่”เมื่อสิ้นเสียง ชายหนุ่มใช้มือลูบใบหน้าเพื่อเปลี่ยนกลับไปเป็นไคลน์·โมเร็ตติสมัยยังอยู่เมืองทิงเก็น
อะซิกเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางพยักหน้ารับ“ไม่มีปัญหา”ตามด้วยการหันไปมองในจุดห่างออกไป ห่างเสียจนไคลน์มองไม่เห็นว่ามีสิ่งใด“ดูเหมือนผมจะถูกหมายหัวโดยโบสถ์รัตติกาลเข้าแล้วฉะนั้น คุณไม่ควรอยู่ข้างกายผมนานนัก ไม่อย่างนั้นจะถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องอันตราย หึหึ… ดูเหมือนพวกเขาจะสนใจตะกอนพลังเกี่ยวกับเทพมรณามากเป็นพิเศษ”“ครับ ผมมีแผนล่องทะเลอยู่แล้ว หากย่อยโอสถปัจจุบันเสร็จสมบูรณ์เมื่อใด ผมต้องตามหานางเงือกให้พบ นั่นคือเงื่อนไขในการเลื่อนเป็นลำดับถัดไป” ไคลน์อธิบายแผนอะซิกเอียงคอ“นางเงือก? ใช้วิญญาณนางเงือกแทนได้ไหม ผมหาให้ได้ไม่ต่ำกว่าสี่”“คง… ไม่ได้ครับ…” ไคลน์ใช้มือปาดเหงื่อบนหน้าผาก
สัญชาตญาณของมันบอกว่าไม่สามารถกระทำเช่นนั้นได้ แต่ยังไงก็ต้องทำนายยืนยันด้วยห้วงมิติเหนือสายหมอกเทาอีกที่อะซิกเล่าต่อโดยไม่กลับไปพูดถึงวิญญาณนางเงือก“หลังจากนี้ ถ้าคุณเดือดร้อนเรื่องใด สามารถติดต่อหาผมได้ทุกเมื่อผ่านผู้ส่งสาร”ผู้ส่งสาร…!ไคลน์พลันแสดงสีหน้ารู้สึกผิดพร้อมกับออกท่าทางกระอักกระอ่วน“ม…มั