กรถม้าเพื่อหลบหนีไปยังเส้นทางถัดไป บุคคลผู้หนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นบนเบาะฝังตรงข้ามของห้องโดยสารอย่างน่าพิศวง
อีกฝั่ายคือหญิงสาวใบหน้าอ่อนเยาว์ สวมชุดคลุมนักบวชสีดำ ดวงตาและเส้นผมดำขลับแวววาว ใบหน้างดงาม แต่ปราศจากอารมณ์ใดทั้งปวง…หลังจากขว้างมาสเตอร์คีย์ออกไป ไคลน์รีบหยิบนกหวีดทองแดงอะซิกมากำในมือแน่น ลมหายใจเข้าออกเป็นไปอย่างกระเส่า สายตาจดจ้องผลลัพธ์ด้วยใจจดจ่อถ้ากุญแจทองแดงยังไม่สามารถขัดขวางพิธีกรรมได้ มันเตรียมใช้นกหวีดทองแดงของมิสเตอร์อะซิกเพื่อเรียก ‘ผู้ส่งสาร’ออกมา และทดสอบว่าตนสามารถพึ่งพาอีกฝั่ายได้มากน้อยแค่ไหนถ้านั่นยังล้มเหลวอีก ไคลน์จะเข้ามิติสายหมอกและนำสมบัติวิเศษออกมาใช้ ไม่เว้นแม้แต่ไพ่จักรพรรดิมืด เพราะไม่ว่าอย่างไร พิธีกรรมชั่วร้ายตรงหน้าก็ต้องถูกยับยั้งจนกว่าจะหมดสิ้นหนทางอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน ท้องฟั้าด้านบนปราศจากจันทราเต็มดวงสีแดงเข้มอย่าว่าแต่จันทร์เต็มดวง ตอนนี้เป็นเวลากลางวันเสก ๆ ไม่มีแม้แต่จันทร์แดงธรรมดาไคลน์จึงไม่มั่นใจว่าคำสาปภายในมาสเตอร์คีย์จะแสดงผลหวังเพียงแค่ ให้เสียงเพรียกของมิสเตอร์ประตู สามารถทะลวงผ่านม่านแสงเข้าไปเล่นงานบุคคลด้านในได้บ้างผ่านไปราวสามวินาที่ ไคลน์มองเห็นผิวชั้นนอกของมาสเตอร์คีย์เริ่มหลุดลอก ตามด้วยการแตกตัวเป็นเศษสีแดงระยิบระยับประกายสีแดงสว่างวาบหนึ่งหน ก่อนจะเกิดเป็นระเบิดกัมปนาทรุนแรงหนักหน่วง!เพียงพริบตา ไคลน์สูญเสียการได้ยิน