รักษ์ร่างใหญ่สองคน ไคลน์ย่างกรายเข้าไปในห้องซึ่งมีพรมสีเหลืองผืนหนา
มันเดินอ้อมตู้แสดงสมบัติ ผ่านฉากกั้นกึ่งกลางห้องและได้พบกับองค์ชายเอ็ดซัคนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ท่าทางคล้ายกำลังดื่มด่ำแสงแดดอันหายากในฤดูหนาวใบหน้ากลมกลึง ผิวพรรณสะอาดสะอ้านสมกับเป็นเชื้อพระวงศ์ เอ็ดซัคกำลังเงียบขรึมและไม่เผยรอยยิ้มใด บรรยากาศภายในห้องจึงค่อนข้างอึมครึมและอึดอัดด้วยอุณหภูมิจากเตาผิงหรูหราและท่อแก๊สผสมผสานเข้าด้วยกัน อากาศด้านใจจึงอบอุ่นไม่ต่างจากช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิองค์ชายสามมิได้สวมโค้ท เพียงสวมเชิ้ตสีขาวพับแขน และทับด้วยกั๊กสีเหลืองหรูหราเห็นเช่นนั้น ไคลน์ผ่อนคลายตัวเองทันที่ เนื่องจากภายในห้องไม่มีหญิงสาวปริศนาเจ้าของแหวนพลอยสีฟั้าอยู่ด้วยชายหนุ่มรีบก้าวขาไปข้างหน้าและคำนับเอ็ดซัค·ออกัสตัสกำลังถือถ้วยชาดำหอมกรุ่นและมีควันลอยอยู่ด้านบน บรรยากาศรอบตัวยังคงเงียบขรึม มิได้เชื้อเชิญให้ไคลน์นั่งลงตามมารยาท
เอ็ดซัคกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชา“มีความคืบหน้าบ้างไหม”“ไม่ขอรับ ทั้งการทำนาย การสื่อวิญญาณ การสอบปากคำและการสอบสวนทั้งหมด ผลลัพธ์ล้วนตรงกันระบุว่าทาลิมเสียชีวิตเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลว” ไคลน์กล่าวด้วยสีหน้าสำนึกผิดและตำหนิตัวเองอย่างหนัก “กระหม่อมอ่อนแอเกินไปในทุกด้าน องค์ชาย ท่านควรจ้างใครสักคน ผู้มีพลังและความชาญฉลาดมากกว่ากระหม่อม”ระดับองค์ชายน่าจะหาได้ไม่ยาก…มันกลืนคำสุดท้ายลงคอขณะเดียวกัน