เหลืออยู่อีก ทิ้งไว้เพียงรูโหว่ขนาดใหญ่ซึ่งมองเห็นอวัยวะภายในกำลังยุบพองอย่างน่าขนลุกถัดจากแจ็คไม่กี่เมตร นักล่าปีศาจโคลินกำลังคุกเข่าลงหนึ่งข้าง ดาบทั้งสองเล่มวางราบไปบนพื้นในลักษณะปลายบานออกเล็กน้อยเบื้องหน้าโคลินคือแผ่นหนังหน้ามนุษย์ซึ่งถูกฉีกทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดวงตา จมูก ปาก ล้วนกระจัดกระจายจนไม่เหลือเค้าเดิม‘อวัยวะ’ เหล่านี้ดีดดิ้นประหนึ่งถูกไฟฟั้าแรงสูงช็อตอยู่สักพัก จนกระทั่งหยุดลงและเกิดการเน่าเปือยอย่างรวดเร็ว
ในวินาทีนี้ เดอร์ริคพลันตระหนักว่ากำแพงล่องหนรอบตัวมัน เริ่มกระเพื่อมในลักษณะคล้ายคลื่นน้ำ แผ่ออกไปเป็นวงกว้าง ก่อนจะแตกตัวเป็นเสี่ยงๆ อย่างเงียบงันภายในใจเกิดความรู้สึกคล้าย ตัวมันได้ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดพามาถึงริมตลิ่งเมื่อมองสำรวจไปรอบห้อง ไม่ว่าจะเป็นโถงกว้างซึ่งมีบรรยากาศอึมครึม ไม้กางเขนสีดำและเทวรูปคนห้อยหัว รวมถึงแจ็ค ผู้หมดสติไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ภาพตรงหน้าทำให้เดอร์ริคมีความสุขเหนือคำบรรยายมันมั่นใจโดยไม่เคลือบแคลงว่า ตนและพวกพ้องทุกคนหลุดพ้นจากวังวนกระแสเวลาเรียบร้อยแล้วถึงแม้กุญแจสำหรับปริศนาจะไม่ซับซ้อนอะไรนัก แต่ถ้าไม่มีเบาะแสใดเลย หรือไม่มีความทรงจำเก่า ก็คงกินเวลาการสำรวจหลายสิบหลายร้อยรอบ…โดยระหว่างนี้ ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจนำพาไปสู่ความตาย และเดอร์ริคก็ยังไม่แน่ใจว่า คนตายจะคืนชีพกลับมาได้ใหม่หรือไม่ เมื่อวัฏจักรวนกลับไปหากองไฟ