กับออกท่าทางเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้คำพูด“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ความเสี่ยงก็จะลดลงมาก แต่ยังไม่กลายเป็นศูนย์อยู่ดี แล้วก็… คนใหญ่คนโตของคุณ เตรียมรับมืออันตรายจากตัวตนลึกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่หรือ”“ก็… คงไม่” เอ็มลินตอบตะกุกตะกัก“ถ้าอย่างนั้น…” ไคลน์ผายมือตามด้วยการเผยรอยยิ้ม
“เอ็มลิน คุณไม่จำเป็นต้องนำตัวเองเข้าไปเสี่ยงเลยสักนิดถึงจะกลายเป็นสาวกของโบสถ์พระแม่ธรณีแล้วยังไง ชีวิตคุณก็ไม่ได้แย่ลงสักหน่อย ดูตัวอย่างได้จากชาวเมืองเฟเนพ็อต พวกเขายังสามารถกิน ดื่ม เที่ยว แต่งตัวได้ตามปรกติไม่ใช่หรือ เมื่อวันนั้นมาถึง ผมเชื่อว่าหลวงพ่อยูทรอฟสกี้จะเลิกบังคับให้คุณไปช่วยงานในวิหารฤดูเก็บเกี่ยว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของอิสรภาพและเหนือสิ่งอื่นใด ผมเชื่อว่าคุณคงศึกษาตำราไปพอสมควรแล้วคงตระหนักได้ว่าคำสอนของโบสถ์พระแม่มิได้เลวร้ายขนาดนั้น”เอ็มลิน·ไวท์ทำหน้าเคร่งเครียดสักพัก“การเป็นสาวกของท่านเพราะศรัทธาในคำสอนและความเชื่อ ไม่เหมือนกับการเป็นสาวกเพราะถูกบังคับด้วยการชี้นำทางใจ… แม้ว่าสักวันหนึ่ง ข้าจะทอดทิ้งจันทราและหันไปนับถือพระแม่ธรณี แต่ก็หวังว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง มิใช่เพราะถูกปัจจัยภายนอกรบเร้า นี่เป็นศักดิ์ศรีสุดท้ายของผีดูดเลือดอันสูงส่ง”
ไคลน์จ้องเอ็มลินด้วยสีหน้าประหลาดใจเป็นเวลานาน ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าอีกฝั่ายจะยึดมั่นเช่นนี้หลังจากครุ่นคิดสองสามวินาที่ ชายหนุ่มตัดสินใ