วถาม“ไม่แล้วครับ” เดอร์ริคพยายามเงี่ยหูฟังและมอบคำตอบอย่างฉะฉาน
นักล่าปีศาจโคลินชำเลืองไปทางโจชัวและคนอื่นพร้อมกับซักถาม“มีใครได้ยินอีกไหม”“ไม่ครับ” ทีมสำรวจส่ายหน้าพร้อมกันหลังจากครุ่นคิดหลายสิบวินาที่ โคลินตัดสินใจหยิบขวดสีน้ำเงินเข้มออกจากช่องเข็มขัด พร้อมกับเคลือบของเหลวเหนียวหนืดปราศจากสี ลงบนคมดาบจากนั้นก็เสียบดาบลงพื้นเพียงพริบตา ท้องฟั้าพลันสว่างไสวไปด้วยริ้วแสงสีเทาเข้มข้น ‘อสรพิษแสง’ สีเงินจำนวนมหาศาล พุ่งออกจากใบดาบและเลื้อยขดเป็นเกลียว กระจายตัวไปยังทุกซอกมุมแสงสีเงินแผ่โอบล้อมสมาชิกทุกคนอย่างทั่วถึง ทิวทัศน์รอบตัวกำลังสว่างไสวราบกับความมืดมิดถูก ‘ลบ’ ออกไปอย่างสมบูรณ์ท่ามกลางเสียง ‘ฟั่อ’ อสรพิษแสงพุ่งหายไปในความว่างเปล่า ไม่มีใครทราบว่าปลายทางคือแห่งหนใด
เหตุการณ์จบลงอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงแสงสลัวจากตะเกียงหนังสัตว์ คอยมอบความสว่างให้ทีมสำรวจโคลินหรี่ตาลง ท่าทางคล้ายกับพยายามสัมผัสถึงตัวตนของบางสิ่งผ่านไปห้าวินาทีเต็ม เจ้าเมืองเงินพิสุทธิ์ชี้นิ้วไปทางด้านหน้าและกล่าว“หลังจากเข้าไปข้างใน ทุกคนต้องเข้าสู่ภาวะพร้อมรบตลอดเวลา ห้ามประมาทหรือใจลอยโดยเด็ดขาด”พูดเหมือนเดิมไม่มีผิด… เรายังออกจากวังวนกระแสเวลาไม่ได้… จุดนี้ไม่ใช่กุญแจ…เดอร์ริคพยายามข่มสติขณะเดินตามทีมสำรวจเข้าไปในซากปรักหักพังของวิหารเนื่องจากมีบทเรียน เด็กหนุ่มไม่ก้มลงไปมองใบหน้าของเทวรูปพระผู้สร้างเสื่อมทรา