วณวังก็ตัดขาดกับเมืองหลวงอย่างชัดเจน โอกาสได้รับเชื้อโรคจึงต่ำมาก…”“แต่อย่าลืมว่ามีโรคระบาดซึ่งแพร่ทางอากาศอยู่ด้วย! หากเรากลายเป็นคนใหญ่คนโตเมื่อไร ขอสาบานว่าจะกำจัดความโสโครกออกจากเมืองหลวงโดยเร็ว ต่อให้ไม่มีโรคระบาดมาเกี่ยวข้อง แต่การต้องอาศัยภายในเมืองเหม็นบัดซบก็ชวนให้อาเจียนเต็มทีแล้ว! จริงสิ คืนนี้เราก็ได้รับคำเชิญจากฝั่าบาทให้ไปเข้าเฝั้าอีกครั้ง เราเคยคิดว่า ในฐานะผู้เดินทางจากต่างโลกและมีการศึกษาสูง มนุษย์ทุกคนนั้นเท่าเทียมกันหมด ไม่มีใครเหนือกว่าใคร เราจะไม่ทำตัวอ่อนน้อมหรือโอหังใส่พระราชาเด็ดขาด แต่ในความเป็นจริง เรากลับตื่นตระหนกและประหม่าอย่างมาก ร่างกายขยับคุกเข่าหนึ่งข้างและโค้งคำนับไปเอง ถึง
เราจะมั่นใจมากก็ตาม ว่าศักดิ์ศรีของเรามิได้ด้อยไปกว่าองค์กษัตริย์สักเท่าไร… นี่คือความน่าเกรงขามของพลังอำนาจ!”แม้ว่าไดอารีทั้งหน้าจะเต็มไปด้วยเรื่องราวในชีวิตประจำวันเหมือนเคย แต่จักรพรรดิกลับยังทำให้เราขำได้… จริงอยู่ เขาอาจเป็นคนมีความมุ่งมั่นสูง เนื่องจากเป็นคนยุคใหม่และหัวก้าวหน้า ผู้ชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน…แต่เมื่อได้เจอ ‘ของจริง’ กลับยังเลี่ยงการประจบประแจงบุคคลทรงอิทธิพลไม่ได้…ไคลน์ยิ้มอย่างผ่อนคลายมันเปิดไปยังหน้าสองและเริ่มอ่านต่อ“11 พฤศจิกายน เรากำลังจะกลายเป็นลำดับ 4 หรือรู้จักกันในนามครึ่งเทพ หลังจากนี้ หากเราไม่เกิดคลุ้มคลั่งไปก่อน‘ระดับตัวตน’ ของเ