กษา”จากนั้นก็นิ่งเงียบ ไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม ปล่อยให้ตีความกันเอาเอง…ไคลน์ก้มหน้าครุ่นคิด ก่อนจะให้เดอะเวิร์ลเปล่งเสียงแหบพร่า“ผมเคยเห็นเทวรูปคล้ายคลึงภาพเหล่านี้”เมื่อตระหนักว่าสายตาทุกคู่กำลังจ้องมองมายังตน มันบังคับให้เดอะเวิร์ลกล่าวเสริม
“ผมบังเอิญพบเข้าขณะสำรวจซากปรักหักพังใต้ดินจากยุคสมัยที่สี่”ออเดรย์พลันเกิดความสนใจ แต่เธอยังคงรักษากิริยาสง่างาม“มิสเตอร์เวิร์ล รูปปันในความทรงจำคุณมีหน้าตาเป็นเช่นไรหรือ ช่วงแสดงให้พวกเราเห็นได้ไหม? หรือถ้าต้องการเปลี่ยน ก็ลองพูดออกมา…”“ไม่จำเป็น เรื่องนี้ช่วยขจัดความคาใจของผมได้ไม่น้อยเช่นกัน” เดอะเวิร์ลยิ้มจากนั้น มันแสร้งทำเป็นขออนุญาตเดอะฟูลและตอบรับเองเสร็จสรรพ ก่อนจะฉายภาพเทวรูปของเทพทั้งหกคู่กับตราศักดิ์สิทธิ์ภาพแรกเป็นรูปปันของสตรีเลอโฉม รายละเอียดบนใบหน้าไม่คมชัด มือขวากำลังรองศีรษะในท่านอน ร่างกายทอดยาวไปตามแนวแท่นยกสูง สวมเดรสนักบวชสีดำราบเรียบแต่หลายชั้นไม่หรูหราหรือโดดเด่นเกินพอดี ใต้ศีรษะมีวัตถุทรงกลมกำลังส่องแสงนวล
ชุดคลุมสะท้อนกับแสงตะเกียงจนเกิดประกายระยิบระยับราวกับเนื้อผ้าถูกประดับประดาด้วยอัญมณีเม็ดเล็กจำนวนมากเหนือศีรษะมีตราศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทุกคนบนทวีปเหนือต่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี :ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งรัตติกาลรูปปันสตรีผู้นี้ละม้ายคล้ายกับ ‘เทพมาร’ ตรงมุมซ้ายบนของจิตรกรรมฝาผนัง เพียงแต่มีใบหน้าเหมือนมนุษย์มากก