มี·โอดราส่งเอ็มลินกลับไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ มันย้อนกลับมายังห้องโถงสีเทาอีกและซักถามด้วยสีหน้าสับสน“ท่านปูั่ เหตุใดวิวรณ์ของท่านบรรพชนถึงระบุว่าเอ็มลิน·ไวท์เป็นกุญแจสำคัญ? เขาเป็นแค่แวมไพร์หนุ่มอ่อนแอ เพิ่งจะโตเต็มวัยเมื่อไม่นานมานี้”
เสียงของนีบาส·โอดราดังลอดผ่านฝาโลงศพหนา อากาศรอบตัวสั่นสะเทือนเล็กน้อย“เปล่าเลย วิวรณ์ของท่านบรรพชนมิได้กล่าวถึงเอ็มลิน·ไวท์แม้แต่คำเดียว ท่านบรรพชนเพียงเผยนิมิตของรุ่นอรุณวันเกิดมหันตภัย การเสื่อมสลายของดวงจันทร์ และเอ่ยถึงเดอะฟูลกับนามเต็มของเขา ในนิมิตวิวรณ์ไม่มีผีดูดเลือดปรากฏตัวแม้แต่ตนเดียว ข้าตัดสินใจกุเรื่องกุญแจสำคัญเพื่อให้เอ็มลินยอมทำภารกิจ อย่างไรก็ตาม หากเขายอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อรักษาอนาคตของเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือด บางที่ เอ็มลินอาจเป็นกุญแจสำคัญตัวจริงในพระวิวรณ์ก็ได้”คาซีมี·โอดราพลันกระจ่าง แต่ก็เกิดคำถามตามมาในทันที่“แล้วทำไมท่านถึงเลือกเอ็มลิน·ไวท์? เขามีอะไรพิเศษกว่าคนอื่น?”นีบาส·โอดราหัวเราะ“ก็เขาเอาแต่รำพันเรื่องการวิงวอนหาเดอะฟูลมาตลอดไม่ใช่หรือ? และเป็นเพราะพวกเราตระกูลผีดูดเลือดไม่ยอมช่วยเหลือ โดยอ้างเหตุผลว่าไม่ต้องการขัดแย้งกับบิชอปยู
ทรอฟสกี้ เขาจึงพยายามมองหาความช่วยเหลือจากภายนอกมาตลอด ข้าเพียงเร่งให้มันเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม”คาซีมีหมดคำจะกล่าวเป็นเวลานานเอ็มลิน·ไวท์กำลังยืนริมรั้วบนชั้นสองของคฤหาสน์ สายตาจ้องมองเหล่าพี่น้อง