เผยรอยยิ้มชั่วร้ายกว่าใครทั้งหมดเช่นกัน
มุมซ้ายล่างเป็นภาพของนักรบคนยักษ์สวมชุดเกราะชำรุดทรุดโทรม สองมือถือดาบยาวใหญ่ กำลังนั่งบนบัลลังก์โดยมีฉากหลังเป็นยามตะวันตกดินความหมายของจิตรกรรมฝาผนังชิ้นนี้คือ เมื่อมหาภัยพิบัติถือกำเนิด เทพมารชั่วร้ายหกตนได้ผุดขึ้นจากนรกเพื่อทำลายโลก ในการจะช่วยให้มวลมนุษย์รอดพ้น พระผู้สร้างเสื่อมทรามจำเป็นแบกรับบาปและความเจ็บปวดเอาไว้ตามลำพัง และผลลัพธ์ก็ทำให้พระองค์ถูกกัดกร่อนจนมีรูปลักษณ์เปลี่ยนไปจากเดิม…ใครจะไปคิดว่า ‘พระองค์’ ต่างหากคือผู้ชั่วร้ายยิ่งกว่าใครทั้งหมด…ขณะถือตะเกียงหนังสัตว์ เดอร์ริคเดินไปข้างหน้าพลางสำรวจภาพวาดอย่างใจเย็น เด็กหนุ่มพบว่าเนื้อหาของจิตรกรรมฝาผนังค่อนข้างตรงตามคำบอกเล่าของดาร์ก·รีเจนซ์ แก่นสำคัญของความหมายในภาพคือ ดินแดนแห่งนี้มิได้ถูกเทพทอดทิ้ง กลับกัน พระองค์ต้องต่อสู้ตามลำพังเพื่อปกปั้องมนุษย์ทุกคน
ผู้ยังเหลือรอดท่ามกลางความมืดมิดคือ ‘สาวก’ ซึ่งได้รับการอวยพรจากพระองค์เป็นพิเศษ มีภารกิจต้องดำรงไว้ซึ่งอารยธรรมของมนุษย์และฝั่าฟันผ่านหายนะไปให้ได้แต่ดาร์ก·รีเจนซ์เล่าเพียงผิวเผิน มิได้ละเอียดเท่ากับการมาเห็นด้วยภาพจริงระหว่างทาง เดอร์ริคมิได้ลดการปั้องกันลง เตรียมตัวรับมือการจู่โจมไม่คาดฝันอยู่เสมอภายใต้ความช่วยเหลือจากแสงจางของเทียนไข ทีมสำรวจเดินผ่านทางเดิน โถง และห้องอีกเป็นจำนวนมาก พวกมันสำรวจลึกเข้าไปในชั้นใต้ดินอันมืดมิ