ลับบ้านให้ได้…ไคลน์บรรจงหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพสะท้อนบนกระจกได้กลายเป็นใบหน้าของอีกหนึ่งบุคคลไปเรียบร้อยดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ผมดำตัดสั้น ใบหน้าไม่มีจุดใดโดดเด่นผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ขอบตาหมองคล้ำเล็กน้อยตามประสานักรบคีย์บอร์ด คางมีริ้วรอยคล้ายกับคางสองชั้นนี่คือโจว·หมิงรุ่ยจากดาวเคราะห์โลกไม่ได้พบกันเสียนาน…
ไคลน์ถอนหายใจสั้นพร้อมกับใช้สองมือลูบคลำใบหน้า และเมื่อลดแขนลง ชายหนุ่มกลับไปเป็นเชอร์ล็อก·โมเรียตี้อีกครั้งหลังจากใคร่ครวญและพิจารณาตนเองอยู่พักใหญ่ มันตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า พลังวิญญาณของตนเริ่มกลมกลืนไปกับโอสถทีละนิด ราวกับพยายามผสานให้เป็นเนื้อเดียวกันเราเข้าใจอย่างแจ่มชัดแล้วว่า ทำไมบุคคลซึ่งน่าจะเป็นอาจารย์ของนักเชิดหุ่นโรซาโก้ ถึงได้กำชับอย่างหนักแน่นว่า :“จะปลอมตัวเป็นใครก็ได้ แต่ห้ามลืมว่าตัวเองเป็นใครเด็ดขาด”นี่คงเป็นแก่นสำคัญของเทคนิคสวมบทบาทสำหรับผู้ไร้หน้าหากมีการเปลี่ยนหน้าอย่างต่อเนื่องจนหลงลืมว่าเนื้อแท้เคยเป็นใคร จุดจบสุดท้ายคงหนีไม่พ้น การคลุ้มคลั่งและกลายเป็นสัตว์ประหลาดขาดสติปัญญา…เมื่อนำความทรงจำเมื่อครั้งสื่อวิญญาณกับนักเชิดหุ่นโรซาโก้มาวิเคราะห์ประกอบ ไคลน์พลันกระจ่างทันที่ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างขวาทับซ้าย สมองตรึกตรองวางแผนสำหรับอนาคต
ข้อแรก ค้นหาและเพิ่มกฎการสวมบทบาทของผู้ไร้หน้าเข้าไป…ข้อสอง ไม่ว่าจะเป็นชุมนุมลับของเบ็คลันด์หรือชุมนุมทาโรต์ พยา