เคยเป็นวัตถุชนิดใดมาก่อน หรือเคยมีสัตว์ประหลาดชนิดใดอาศัยอยู่ด้านใดบ้าง
หรือถ้ามีกลไกและกับดัก เห็นทีก็คงจะไม่เหลือซากเช่นกัน…เมื่อต้องเผชิญการ ‘เก็บกวาด’ ดังกล่าว หากไม่มีการเตรียมตัวรับมือไว้ก่อน ผู้วิเศษลำดับต่ำกว่าครึ่งเทพทุกเส้นทางคงแทบไม่มีโอกาสรอด…ไคลน์เริ่มหลงใหลพลังทำลายล้างอันปั่าเถื่อนของการยิงถล่ม มันทั้งเรียบง่าย ซื่อตรง และเบ็ดเสร็จเด็ดขาดการสำรวจในห้องถัดๆ ไปค่อนข้างจำเจ ยุทธวิธีแบบเดิมถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง เปิดฉากด้วยการถล่มปืนใหญ่ กลหนักตามด้วยม้วนคาถาเวทมนตร์นานับชนิด จิตแห่งจักรกลสามารถสำรวจสุสานได้โดยปราศจากรอยขีดข่วน ระหว่างทางยังรวบรวมตะกอนพลังและวัตถุมีค่าได้อีกหลายชิ้น“ไม่มีจิตรกรรมฝาผนัง…” เมื่อสำรวจห้องหลักของสุสานจนรอบ อาร์ชบิชอปแห่งโบสถ์จักรกลไอน้ำ ฮารามิค·ไฮเดิน พึมพำกับตัวเองได้ยินเช่นนั้น นักศึกษาภาควิชาประวัติศาสตร์อย่างไคลน์เริ่มฉุกคิดได้
ตามปรกติแล้ว สุสานของตระกูลขุนนางมักมีจุดประสงค์เพื่อ ‘อวด’ ความยิ่งใหญ่และเกียรติยศสมัยพวกมันยังมีชีวิตเมื่อเป็นตระกูลใหญ่ หลุมศพธรรมดาจึงพัฒนาเป็นสุสานและมหาสุสาน ทำให้ยิ่งมีผนังว่างพอสำหรับแขวนภาพวาดหรือละเลงภาพจิตรกรรม ภาพเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อบอกเล่าความยิ่งใหญ่ของผู้หลับใหลด้านในยิ่งเป็นตระกูลขุนนางยุคเก่าแก่ยิ่งได้รับความนิยม เพราะเหนือสิ่งอื่นใด มนุษย์เรียนรู้การวาดภาพก่อนการเขียนตัวหนังสืออยู่แล้วทั้