้านและพบกับเฒ่าโคห์เลอร์ผู้กำลังปาดเนยลงบนแผ่นขนมปังปิงชายหนุ่มชำเลืองซากบุหรี่ยับยู่ยี่บนโต๊ะพลางซักถามด้วยรอยยิ้ม“เพิ่งซื้อมาหรือ?”“เปล่า ผมพกติดตัวมานานแล้ว นับตั้งแต่เลิกสูบถาวรเพียงหยิบออกมาดมบ้างเป็นบางคราวเพื่อสูดกลิ่น ฮะฮะ! เวลาดมแล้วทำให้นึกถึงชีวิตอันน่าสมเพชในอดีต ย้อนกลับไปตอนนั้น ผมต้องใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดระแวงโดยไม่รู้ว่าจะตายตอนไหน” น้ำเสียงของโคห์เลอร์เจือความกลัวเล็กน้อยไคลน์นำเศษเหรียญจำนวนยี่สิบซูลซึ่งแลกเตรียมไว้ออกมาวางกองบนโต๊ะ จากนั้นก็ผลักไปหาอีกฝั่ายขณะทิ้งตัวนั่งลง“ผมพอใจกับข้อมูลคราวก่อนมาก”โดยไม่รอให้เฒ่าโคห์เลอร์ถ่อมตัว ชายหนุ่มหันไปทางเคาน์เตอร์และตะโกน
“เจ้าของร้าน ขอขนมปังข้าวโอ๊ตหนึ่งแถว ขนมปังปิงสองชิ้น เนยหนึ่งก้อน สเต๊กเนื้อมันฝรั่งหนึ่งจาน และชาเพนนีหนึ่งถ้วย”ชาเพนนีคือชาราคาหนึ่งเพนนี“มิสเตอร์โมเรียตี้ เมื่อคืนคุณไม่ได้กินข้าวมาหรือ?” โคห์เลอร์ทำหน้าประหลาดใจพลางใช้มือโกยเหรียญไคลน์ส่ายหัวและยิ้ม“หลังจากช่วงสายของวันนี้ ผมคงงานยุ่งยาวไปจนถึงช่วงเย็น ไม่น่าจะมีเวลาแวะกินอาหารกลางวัน”มันจำเป็นต้องแสร้งขยันสืบข่าวการตายของทาลิม เพราะไม่ว่าอย่างไรก็รับเงินจากองค์ชายเอ็ดซัคมาแล้วหนึ่งร้อยปอนด์เฒ่าโคห์เลอร์ไม่สานต่อบทสนทนา เพียงตั้งใจเก็บเหรียญเข้ากระเปั๋าเสื้ออย่างเป็นระเบียบ พลางขยับปากแจกแจงสถานการณ์ในรอบสัปดาห์หลัง“มีความคืบหน้าเล็กน้อยเกี่ยว