์จากการกว้านซื้อดินแดนและการบริจาคเงินอาจมีสิทธิ์กลายเป็นสมาชิกสภาขุนนางในอนาคต”ฟังมาถึงตรงนี้ แฮงแมนพลันหัวเราะ“หือ… ไม่ใช่ว่าพวกขุนนางเก่ามักรังเกียจกลุ่มขุนนางพระราชทานเข้าไส้หรอกหรือ? พวกมันมองว่าการได้บรรดาศักดิ์ด้วยวิธีกว้านซื้อดินแดนและบริจาคการกุศลล้วนเป็นพวกไร้เกียรติ พวกมันมองว่าสภาขุนนางต้องมีเพียงตระกูลนักรบเก่าแก่เท่านั้น และมองว่าสภาขุนนางคือเครื่องหมายของชนชั้นสูงลำดับบนสุดอย่างแท้จริง แล้วทำไมจู่ๆ ถึงต้องการให้สภาขุนนางอ้าแขนรับกลุ่มขุนนางพระราชทานเข้ามา?”โดยไม่แยแสถ้อยคำเหน็บแนม ออเดรย์อธิบายอย่างสุขุม“หากคุณกำลังเป็นหนี้นับหมื่นนับแสนปอนด์ ก็คงไม่มีทางเลือกในชีวิตมากนัก”
จริงอยู่ การเป็นหนี้อาจฟังดูไม่ใช่เรื่องร้ายแรงของขุนนางแต่จะเกิดปัญหาใหญ่แน่ถ้าเจ้าหนี้ฟั้องร้องต่อศาลให้ลูกหนี้ชดใช้ด้วยการขายดินแดน เพราะถ้าขุนนางคนใดมีดินแดนไม่ครบตามกำหนดขั้นต่ำของอาณาจักร บรรดาศักดิ์ขุนนางก็จะถูกถอดถอนทันที่“เชิญเล่าต่อ” อัลเจอร์ไม่แยแสประเด็นเล็กน้อยและน่าเบื่อออเดรย์เริ่มอธิบายอย่างคร่าว“การโต้เถียงของกลุ่มสภาขุนนางทำให้ร่างกฎหมายหลายข้อต้องชะงัก เช่นร่างกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ ร่างกฎหมายชั่วโมงทำงานของคนงาน รวมถึงร่างกฎหมายแก้ไขคุณภาพชีวิตคนจนแต่โชคยังดี ร่างกฎหมายสำคัญยังคงดำเนินต่อไปได้ เช่น ร่างกฎหมายการสอบบรรจุข้าราชการ ร่างกฎหมายมลพิษทางอากาศในกรุงเบ็คลันด์”“คงไม่มีสงคร