หมือนกัน… ทั้งสองคนอาจหนีออกจากเบ็คลันด์ไปนานแล้ว…คาสปาสย่อมไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับหายนะจากโลกผู้วิเศษถ้าเป็นเราคงไม่ย้อนกลับมาผับวีรบุรุษแน่ หนีไปให้ไกลพร้อมกับเงินทั้งหมด ตั้งรกรากใหม่ในเมืองใหม่…แต่ภายใต้เงื่อนไขปรกติ ผู้วิเศษลำดับสูงจะไม่ลงมือกับคนธรรมดา อย่างมากก็แค่ใช้พลังสื่อวิญญาณโดยตรงและไม่สนใจผลค้างเคียงต่ออาการทางจิต… สมกับเป็นโรงเรียนกุหลาบพวกชอบทำตามแรงกระหายโดยไม่คิดยับยั้งชั่งใจ ไม่น่าเชื่อว่าตัวตนอย่างผู้วิเศษระดับสูงจะเสียเวลาทำเรื่องแบบนี้…
ขณะไคลน์ตะลึง อีกใจหนึ่งก็นึกสงสารพ่อค้าอาวุธเถื่อนคาสปาสบาร์เทนเดอร์ใช้ผ้าเช็ดแก้วพร้อมกับเล่าต่อ“ถ้าคุณต้องการซื้อของ ก็ลองคุยกับพ่อค้ารายใหม่ดู”“ใครกัน?” ไคลน์ถามหยั่งเชิง“ใช้นามแฝงว่าพ่อเฒ่า อยู่ในห้องบิลเลียดหมายเลขสาม” บาร์เทนเดอร์กล่าวโดยไม่เงยหน้ามองไคลน์ลุกยืนและเดินไปทางห้องอันคุ้นเคยด้วยย่างก้าวเชื่องช้า ก่อนจะใช้นิ้วเคาะประตูให้สัญญาณ“เข้ามาได้” เสียงดังแว่วจากด้านในเหมือนเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน… ชายหนุ่มครุ่นคิดพลางผลักประตูบุคคลซึ่งยืนข้างโต๊ะบิลเลียดเป็นเด็กผู้ชาย อายุไม่มาก สวมโค้ทตัวใหญ่รุ่มร่าม หมวกทรงกลมสีน้ำตาล และเป็นเจ้าของดวงตาสีแดงแวววาว ไม่ใช่ใครนอกจากเอียน
ไคลน์ได้พบในวันแรกขณะเดินทางเข้ามาในกรุงเบ็คลันด์ย้อนกลับไปในตอนนั้น เอียนฝากฝังให้ชายหนุ่มช่วยตามหานักสืบเอกชนนามว่าเซอเรียล งานดังกล่าวทำให้ไคลน