แรงกระหาย เพื่อนคนเดียวของเราคงจะเหลือเพียงเอ็มลิน·ไวท์ แวมไพร์สมัยใหม่สุดพิสดาร…ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีสินะ…ขณะชายหนุ่มกำลังถอนหายใจซังกะตาย เสียงอันล่องลอยพลันดงแว่วข้างหู“มีอะไรหรือ”ไคลน์สะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เมื่อตั้งสติกลับมาและเห็นบุคคลบนเบาะฝังตรงข้ามเต็มสองตา มันรีบฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียสั่นเครือ“มาดามชารอน คุณอย่าโผล่ออกมากะทันหันเช่นนี้อีกได้ไหม”หญิงสาวในเดรสโกธิกสีดำและหมวกใบเล็กเข้าชุด ชารอนนั่งเงียบงันบนเบาะฝังตรงข้ามด้วยสีหน้าขาวซีดตามปรกติ“คราวหน้าจะเคาะกระจกก่อน” ชารอนพยักหน้ารับอย่างไร้อารมณ์
เธอไม่ทวนคำถาม เพียงจ้องไคลน์ด้วยอากัปกิริยาสง่างามเคาะกระจกขณะรถม้ากำลังแล่นบนถนน…? มันก็น่ากลัวเท่ากันไม่ใช่หรือ…ไคลน์ไม่รีบร้อนเข้าประเด็นหลักอย่างตะกอนพลังของเงามืดหนังมนุษย์ เพียงซักถามสถานการณ์อีกฝั่ายด้วยสีหน้าเป็นกังวล“ผู้วิเศษลำดับสูงของโรงเรียนกุหลาบถอนตัวกลับไปแล้ว?”“อือ” ชารอนตอบห้วนไคลน์ตักเตือนด้วยความหวังดี“อาจเป็นกับดักก็ได้”เมื่อกล่าวจบ คล้ายกับฉุกคิดบางสิ่งได้ ชายหนุ่มรีบเสริม“ผมเพิ่งอ่านหนังสือแห่งความลับจบ และได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวเชื่อถือได้ระบุว่า การสวดภาวนาถึงดวงจันทร์บรรพกาลเป็นเรื่องอันตราย ดังนั้น พยายามอย่าทดลอง”
“ตกลง” ชารอนไม่ถามว่าทำไมเธอเว้นวรรคราวสามวินาที่ จึงค่อยเปล่งเสียงล่องลอยอันเป็นเอกลักษณ์“ดวงจันทร์บรรพ