จ็บแปลบและอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกเอ็มลินเหลือบไปมองหลวงพ่อยูทรอฟสกี้ ผู้กำลังบรรจงขัดตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตอย่างทะนุถนอม แวมไพร์หนุ่มบีบเสียงให้ค่อยลง
“สำหรับวัตถุดิบตามรายการในคราวก่อนของเจ้า ข้าสามารถหาได้สองชนิด”“อะไรบ้าง?” ไคลน์ทำหน้าตื่นเต้นไม่ปิดบังเอ็มลินตอบอย่างฉะฉานคล่องแคล่ว“โลหิตและต่อมใต้สมองของนักล่าพันหน้า อย่างแรกมีราคาสองพันปอนด์ ส่วนอย่างหลังราคาสามร้อยปอนด์ต่อหนึ่งร้อยมิลลิลิตร”สองพันสามร้อย…ไคลน์โพล่ง “ลดหน่อยได้ไหม?”หลังจากได้รับเงินประกันจากสถานีตำรวจซีซาร์ เงินสดในปัจจุบันของไคลน์จึงมีมูลค่ารวมสูงถึง 2,185 ปอนด์สำหรับชนชั้นกลางในเมืองหลวง เงินเก็บจำนวนดังกล่าวนับว่ามหาศาล ใครหลายคนคงไม่มีวันออมเงินได้เท่านี้ไปชั่วชีวิต แต่ไคลน์กลับรู้สึกว่ามันยังไม่พอ“ไม่ได้แล้ว ถ้าไม่มีข้า ราคาของมันจะสูงไปถึงสองพันแปดร้อยปอนด์ด้วยซ้ำ และเจ้าต้องไม่ลืมค่าดำเนินการของข้า
อีกหนึ่งร้อยห้าสิบปอนด์ รวมเป็นเงินสดจำนวน 2,450ปอนด์” เอ็มลินกล่าวพลางส่ายหน้าคล้ายกับอ่านอารมณ์ไคลน์ออก มันรีบเสริมต่อทันที่“ในยุคปัจจุบัน เผ่าพันธุ์มังกรถูกพบตัวได้ยากมาก ถ้าไม่ใช่ตระกูลเก่าแก่และทรงพลังอย่างผีดูดเลือด ก็แทบหมดโอกาสรวบรวมสิ่งของเหล่านี้ หรือต่อให้มีขายตามท้องตลาดแต่ราคาย่อมสูงกว่าของข้าแน่นอน”เรายังขาดอีก 265 ปอนด์…อุตส่าห์เก็บเงินก้อนใหญ่อย่างยากลำบาก แถมยังเตรียมใจสูญมันทั้งหมดในคราวเดีย