นำวัตถุวิเศษพกติดตัวมาเลย เนื่องจากมันยังกังวลเกี่ยวกับการตามล่าของชุมนุมแสงเหนือ รวมถึงการตามล่าของโรงเรียนกุหลาบสิ่งของผิดกฎหมายบนร่างกายจึงมีเพียงปืนลูกโม่หนึ่งกระบอก แต่ไคลน์สามารถซ่อนมันได้ด้วย ‘เวทมนตร์’ อำพราง
โดยไม่รอให้ตำรวจเป็นฝั่ายถาม หลังจากไคลน์เข้าไปในห้องสอบปากคำ มันรีบเล่าถึงจดหมายเชิญของไอเซนการ์ด เรื่องอีกฝั่ายชวนให้ตนมาช่วยไขคดีฆาตกรรมบางอย่าง“เข้าใจแล้ว ผมจะส่งทีมไปค้นบ้านคุณพร้อมกับนักกฎหมายเยอร์เก้น หวังว่าจดหมายฉบับนั้นจะยังอยู่ดี” เจ้าพนักงานสอบปากคำเริ่มเข้าประเด็น “คุณรู้จักกับไอเซนการ์ด·สแตนธอนได้อย่างไร”ไคลน์ตอบโดยไม่ลังเล“จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง…”มันชะงักคำกะทันหันชายหนุ่มพลันผุดข้อสันนิษฐานใหม่ นั่นคือ ตัวมันเคยสงสัยว่า สุนัขปีศาจตนนั้นอาจมีเจ้าของ และเจ้าของคือผู้บงการตัวจริงไคลน์เชื่อว่า ตนเคยพบเจ้าของสุนัขในระยะใกล้มาแล้วหนหนึ่ง จากเหตุการณ์ขณะสุนัขปีศาจถูกหน่วยพิเศษล้อมสังหารโดยใครบางคนได้ทำเสียงฟึดฟัดอย่างไม่พอใจออกมา
ไอเซนการ์ดกำลังอ่านหนังสือ ‘ตำนานปีศาจแห่งเขตซิลวารัส’ … เป็นไปได้ไหมว่า เจ้าของสุนัขเริ่มลงมือแก้แค้นหลังจากทำตัวเงียบมานานหลายสัปดาห์…ไม่ผิดแน่ จากบันทึกการสืบสวนของกรมตำรวจ ชื่อของผู้ให้คำแนะนำจนคดีถูกปิดลง คงไม่ใช่ใครนอกจากตัวไอเซนการ์ด·สแตนธอนเอง… แถมคนรับเงินค่าหัวก็ยังเป็นเขา!ไคลน์เริ่มสร้างทฤษฎีใหม่