มันเกือบกลับมาไม่ได้
ซ้ำร้าย การค้นหาข่าวคราวพี่น้องร่วมสายเลือดในกรุงเบ็คลันด์ก็ยิ่งทำให้มันหดหู่ เพราะทุกคนได้ล้มหายตายจากไปหมดแล้วเมื่อนำทั้งหมดหมดผนวกเข้าด้วยกัน จิตใจลอว์เรนซ์จึงถูกกัดกร่อนรุนแรง มันเริ่มตระหนักว่า ตนคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแผนเดิมก็คือ ลอว์เรนซ์จะแวะเยี่ยมหลุมศพของลาโบโร่และอาริสา ต่อด้วยการเดินทางกลับไปประชุมหารือกับอาวุโสคนอื่นของตระกูลเพื่อสะสางเรื่องราว จึงค่อยจากโลกนี้ไปอย่างสงบแต่ด้วยความชรา สุขภาพของลอว์เรนซ์จึงอยู่นอกเหนือการควบคุมโดยไม่รอท่าทีตอบสนองจากฟอร์ส ชายชราขยับตัวล้วงหยิบสมุดเล่มหนึ่งจากเสื้อโค้ทปกแข็งของสมุดมีสีเขียวขี้ม้า มอบความรู้สึกโบราณและน่าเกรงขามอักษรบนปกเขียนด้วยภาษาฟุซัคโบราณ :
“ข้าบรรลุ ข้าประจักษ์ ข้าบันทึก”ลอว์เรนซ์วางสมุดลงบนผ้าห่มตรงหน้าอกพลางถอนหายใจยาว“มิสวอลล์ หากผมตายไปตรงนี้ รบกวนคุณช่วยนำสมุดไปส่งให้ใครบางคน ณ ท่าเรือพริสต์ได้ไหม?”“มิสเตอร์ลอว์เรนซ์ คุณจะไม่เป็นอะไร”ฟอร์สพูดให้อีกฝั่ายรู้สึกดีในเวลาเดียวกัน เธอชำเลืองสำรวจสมุดบันทึกและพบว่ามันมีจำนวนหน้าไม่มาก ประกอบด้วยกระดาษสามชนิด ช่วงต้นจะเป็นกระดาษหนังสีเหลือง มีแค่สองถึงสามหน้า ไม่มากไปกว่านี้ ช่วงกลางจะเป็นกระดาษหนังสีน้ำตาล และช่วงท้ายจะเป็นกระดาษสีขาวแบบทั่วไป ไม่มีสิ่งใดพิเศษลอว์เรนซ์ฉีกยิ้มพลางฝืนเปล่งเสียงอย่างยากลำบาก“ผมแค่สมมติน่ะ แต่ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้นจ