อาดบ้านให้ไคลน์สัปดาห์ละสองครั้ง โดยทุกครั้งจะคิดค่าบริการหนึ่งซูลขณะเดินสนทนา สุภาพบุรุษทั้งสองย่างกรายเข้ามาในโถงสวดมนตร์หลักประจำวิหารมหาดารา
บรรยากาศค่อนข้างมืด เงียบ และปราศจากแสงเทียน สมกับเป็นสถาปัตยกรรมในสไตล์โบสถ์รัตติกาลด้านในสุดของโถงหลักคือแท่นบูชาสลักตราศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาสีดำขนาดใหญ่ ดวงดาวบนตราศักดิ์สิทธิ์ทำจากไข่มุกและจันทร์แดงทำจากทับทิม นอกเหนือจากนั้นก็มีเพียงบรรยากาศมืดสลัวรอบห้องเพียงไคลน์กวาดสายตามอง มันได้พบช่องว่างสำหรับให้แสงลอดผ่าน ห้องโถงจึงอัดแน่นด้วยกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์เข้มข้นแต่ชายหนุ่มกลับมองว่า วิหารแห่งนี้ยังด้อยกว่ามหาวิหารพระแม่เซเลน่าในเมืองทิงเก็นพอสมควร สำหรับวิหารพระแม่บรรยากาศภายในห้องจะดำมืด มีเพียงช่องว่างขนาดเล็กทรงกลมไม่กี่จุด แสงจึงลอดผ่านเข้ามาในลักษณะคล้ายดวงดาวระยิบระยับในตอนกลางวัน ช่วยมอบบรรยากาศราวกับพลังของเทพธิดารัตติกาลกำลังโอบอุ้มอย่างไรก็ตาม การตกแต่งในลักษณะดังกล่าวจะมีข้อเสียคือตอนกลางคืนจะมีบรรยากาศมืดสนิทโดยสิ้นเชิง…
ไคลน์สุ่มนั่งโดยไม่เลือกเก้าอี้ พลางวางไม้ค้ำสีดำพิงไว้ด้านหน้า ส่วนอลันเดินตรงไปเข้าคิวเพื่อรอสารภาพบาปกับบิชอปเมื่อได้นั่งในโถงสวดมนตร์พลางจ้องมองผู้คนตั้งใจสวดภาวนารอบตัว สมาธิไคลน์เริ่มสงบนิ่งพร้อมกับครุ่นคิดเรื่องของตัวเองจะว่าไป… เราเคยเข้ามาในวิหารของเทพธิดาเพียงสามครั้งเท่านั้น…ชายหนุ่มรำพันพลาง