ม้จึงเหลือแค่เทียนเล่มใหญ่ในสภาพถูกจุดมาสักระยะหนึ่ง แม้ความยาวจะสั้นลงจากเดิมเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตทั่วไปของการใช้งานหลังจากลบร่องรอยน่าสงสัยทั้งหมดเรียบร้อย เด็กหนุ่มใช้มือดับเทียนไขเล่มสุดท้าย ส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวกลับไปมืดสนิทอีกครั้ง
เดอร์ริคนั่งนิ่งบนเก้าอี้พลางมองตรงไปข้างหน้าโดยไม่ขยับเขยื้อนร่างกายเป็นเวลานานภายในใจกำลังเป็นกังวล กลัวว่าสภาอาวุโสจะลงมือได้ไม่เร็วพอ ทำให้ทีมสำรวจสามารถกระจายตัวไปรอบเมือง และมีคนบริสุทธิ์เผลอกิน ‘ผลดูมแห้ง’ กับ ‘เห็ด’ เข้าไปเป็นจำนวนมากขณะเดียวกันก็กังวลว่า ผู้นำสูงสุดและอาวุโสคนอื่นจะพบเบาะแสเพิ่มเติม จนทำให้การเตรียมตัวของตนต้องสูญเปล่าเดอร์ริคเกลียดชังพวก ‘คนนอก’ ผู้อาศัยในความมืดและมีเจตนาร้ายต่อเมืองเงินพิสุทธิ์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอามุนด์หรือพระผู้สร้างเสื่อมทรามก็ตามเด็กหนุ่มกำลังรู้สึกผิด ตนแสร้งทำเป็นคลุ้มคลั่งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่เข้าร่วมทีมสำรวจ และปิดปากเงียบโดยไม่ยอมตักเตือนดาร์กกับคนอื่น ส่งผลให้พวกเขาต้องกลายเป็นสัตว์ประหลาดจิตใจคดเคี้ยวหนึ่งในเพื่อนอันน้อยนิด เดอร์ริคต้องเห็นดาร์กตายไปต่อหน้าต่อตา
แม้จะไม่ได้ประจักษ์วาระสุดท้ายอย่างแท้จริง แต่เด็กหนุ่มเชื่อว่า ด้วยสภาพก้อนเนื้ออัปลักษณ์ดังกล่าว ความตายอาจเป็นทางเลือกฉลาดกว่ามันไม่มีทางทราบว่าผ่านไปนานแค่ไหน กับการจมอยู่ในหัวความคิดสับสนว้าวุ่นตามลำพัง ระหว่างกำลังนั่