้งขึ้นมาจากอาการจิตหลุดลอยเดอร์ริคกลับมามองเห็นเทียนไขสีเหลืองนวลและมาดามไอโฟลว์ เจ้าของดวงตาสีทองทรงรีแนวตั้งจากมุมสายตา หัวหน้าอาวุโสมาดสง่างามและน่าเกรงขามโคลิน·อีเลียด กำลังเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาโคลินพยักหน้าให้ไอโฟลว์หนึ่งครั้งและเอ่ยปากซักถามเด็กหนุ่ม“ในช่วงหลัง คุณทำอะไรลงไปบ้าง”เดอร์ริคทบทวนบทพูดของตนพลางกล่าวกลับไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแสร้งเหม่อลอย“ผมไม่ทราบ สมองของผมขาวโพลนเกือบตลอดเวลาคล้ายกับอยู่ในความฝัน ได้สติกลับมาเพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น…”ขณะเด็กหนุ่มมอบคำตอบ ดวงตาของนักล่าปีศาจ โคลิน·อีเลียด เริ่มปรากฏอักขระซับซ้อนสีเขียวเข้มขณะจ้อง
ไอโฟลว์ซักถาม“แล้วยังจำได้ไหม ว่าตัวเองเคยเผชิญหน้ากับดาร์ก·รีเจนซ์?”“จำได้แค่ว่า พวกเรากำลังจะสู้กัน… นอกเนือจากนั้นผมมองเห็นผู้ชายถูกห้อยกางเขนใหญ่ในสภาพกลับหัว และผู้ชายสวมหมวกปลายแหลม สวมแว่นตาขาเดียว… ใช่แล้วผมเคยเห็นเขาในห้องใต้หอคอยมาก่อน เขาหันมายิ้มให้ผมและพูดว่า…”เดอร์ริคเล่าเรื่องยาวไอโฟลว์หันไปมองโคลินครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาถามซักเดอร์ริค“เขาพูดว่าอะไร?”“ผมก็จำไม่ได้ละเอียดนัก… เขายิ้มและพูดกับผมอย่างเย็นชาว่า ‘พระผู้สร้างเสื่อมทราม’ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’และ ‘คนเลี้ยงแกะ’ …”เดอร์ริคพยายามข่มอาการตื่นเต้นไว้อย่างสุดความสามารถ
กล่าวกันตามตรง เด็กหนุ่มไม่ชำนาญการโกหกสักเท่าไร แต่มันก็ยอมเสี่ยงเพื่อให้ได้บอกกับหัวหน้าอาวุโสว