อาศัยความช่วยเหลือจากห้วงมิติสายหมอกเทา ไคลน์คืนสติตัวเองกลับมาได้ไวและเริ่มอ่านบทที่สองของหนังสือประสบการณ์โลกวิญญาณต่อทันที่นักท่องเที่ยวของตระกูลอับราฮัม ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ อ้างตัวว่าขณะตนท่องเข้าไปในส่วนลึกของโลกวิญญาณ เขาได้พบกับชายชราสวมชุดคลุมสีเหลืองเปลือกเลมอนร่างกายของชายชราคนดังกล่าวมีลักษณะโปร่งแสงเฉกเช่นสิ่งมีชีวิตอื่นบนโลกวิญญาณ อย่างไรก็ตาม ท่าทีของเขากลับเป็นมิตรจนน่าเหลือเชื่อนักท่องเที่ยวจากตระกูลอับราฮัมสนทนากับอาวุโสสักพักโดยในภายหลังมีอันต้องประหลาดใจเมื่อทราบว่า ชายชราคนดังกล่าวคือหนึ่งในเจ็ดริ้วแสงพิสุทธิ์ผู้ปกคลุมน่านฟั้าของโลกวิญญาณมาช้านาน‘แสงเหลือง’ เวนิธาน
เวนิธานยังเล่าให้บรรพบุรุษของตระกูลอับราฮัมฟังด้วยว่าคุณลักษณะพิเศษของตนคือ ‘ตรรกะ’ และ ‘การปรับตัว’พลังในขอบเขตคือโหราศาสตร์ และอัญมณีประจำตัวคือมรกตชายชรายังเล่าถึงผลการทำนายอนาคตของตนอย่างคร่าว :“จงระวังดวงดาวจากอวกาศให้ดี มันจะพุ่งชนโลกจนทำให้ผืนดินถูกทำลาย ทุกสิ่งจะเข้าสู่ภาวะแตกดับ”เวนิธานเชื่อว่าวันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นในอีกสองร้อยปีข้างหน้าและจะไม่มีสิ่งใดเหลือรอดนักท่องเที่ยวจากตระกูลอับราฮัมมิได้แยแสคำทำนายดังกล่าวมากนัก เพียงเพ่งความสนใจไปยังวิธีรักษาคำสาปของสายเลือด‘แสงเหลือง’ เวนิธาน ตอบกลับอย่างคลุมเครือว่า :“เจ้าจะมองว่าเป็นคำสาปก็ไม่ผิด แต่สิ่งนี้ไม่ใช่คำสาปในทางศาสตร์เร้นลับ ส่วนวิธีหล